"น้ำมันร่วง" 7% รับหวังสหรัฐฯ–อิหร่านเจรจา ธุรกิจลุ้นต้นทุนลด

ความหวังที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะหาทางยุติความขัดแย้งผ่านการเจรจา กดดันราคาน้ำมันโลกร่วงแรง หลังตลาดเริ่มลดความกังวลว่า การขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางจะเผชิญการหยุดชะงักรุนแรงขึ้น
การซื้อขายวันที่ 2 พฤศจิกายน 2026 ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ลดลงประมาณร้อยละ 6 ระหว่างวัน ก่อนปิดตลาดลดลงร้อยละ 7.6 เหลือ 104.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเวสต์เท็กซัสของสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่บริเวณ 96.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนว่าตลาดพลังงานยังตอบสนองอย่างรวดเร็วต่อทุกสัญญาณทางการทูต
แรงกดดันสำคัญเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ระบุว่า ผู้นำสูงสุด โมจตาบา คาเมเนอี ได้ให้อำนาจบางประการแก่รัฐบาลในการดำเนินการเจรจาสันติภาพ เพิ่มความหวังว่าจะเกิดความคืบหน้าในการคลี่คลายความขัดแย้งกับสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ผู้แทนอิหร่านได้หารือกับคนกลางกาตาร์ในกรุงโดฮา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อเสนอกับฝ่ายสหรัฐฯ โดยรอยเตอร์รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ที่รับทราบการหารือว่า มีร่างข้อเสนออยู่ระหว่างการส่งต่อให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณา และอาจมีการประชุมติดตามผล
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญยังอยู่ที่การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านเชื่อมโยงกับการยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ การเจรจาจึงยังไม่เท่ากับมีข้อตกลงแล้ว และยังไม่ใช่หลักประกันว่าเรือบรรทุกน้ำมันจะกลับมาเดินทางได้ตามปกติทันที
ราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นสัญญาณบวกต่อผู้ประกอบการที่ใช้พลังงานสูง ทั้งสายการบิน บริษัทขนส่ง และโรงงานอุตสาหกรรม หากราคายืนในระดับต่ำลงได้ต่อเนื่อง ก็มีโอกาสช่วยบรรเทาต้นทุนเชื้อเพลิง และลดแรงกดดันในการปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการ
แต่ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งสัญญาซื้อเชื้อเพลิงล่วงหน้า อัตราแลกเปลี่ยน และระยะเวลาที่ต้นทุนใหม่ส่งผ่านเข้าสู่ธุรกิจ
ส่วนค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัยสงคราม ต้องจับตาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือควบคู่กัน เพราะแม้น้ำมันจะราคาถูกลง แต่หากความเสี่ยงจากการโจมตียังอยู่ ต้นทุนโลจิสติกส์ก็อาจยังสูง และกระทบทั้งการส่งมอบวัตถุดิบกับการส่งออก
ด้านอุปทาน ผู้ผลิตน้ำมันโอเปกพลัส 7 ประเทศ มีมติเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ให้คงเป้าหมายการผลิตเดือนธันวาคมไว้เท่าเดิม และจะประชุมอีกครั้งวันที่ 29 พฤศจิกายน ทำให้ตลาดยังต้องติดตามทั้งทิศทางการผลิตและความคืบหน้าการเจรจาควบคู่กัน
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
