จีนเตรียมจัดประชุม SCO สุดยิ่งใหญ่ เวทีรวมคู่ปรับ-พันธมิตร

Shanghai Cooperation Organization หรือองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ เรียกสั้นๆ ว่า SCO กำลังจะมีการจัดประชุมที่ยิ่งใหญ่ในวันที่ 31 สิงหาคม - 1 กันยายนนี้ ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน ถือเป็นการประชุม SCO ที่ใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งมาเมื่อปี 2001 โดยในปีนี้จะมีผู้นำเข้าร่วมมากกว่า 20 ประเทศ และตัวแทนจาก 10 องค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วม ซึ่งรายชื่อผู้นำที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน เลขาธิการสหประชาชาติ อันโตนิโอ กูแตร์เรส นอกจากนี้ยังมีผู้นำจากประเทศสมาชิกในอาเซียน เช่น นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย นายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋งห์ ของเวียดนาม นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา พร้อมทั้งผู้นำจาก สปป.ลาว และเมียนมาด้วย
SCO คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร?
SCO ก่อตั้งขึ้นในปี 2001 โดยมีต้นกำเนิดจากกลุ่มที่ชื่อว่า “Shanghai Five” 5 ประเทศรวมกันคือ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน ขณะที่จุดเริ่มต้นของการก่อตั้งกลุ่มนี้ก็เพื่อหากลไกในการจัดการข้อพิพาทชายแดนและสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน
ปัจจุบัน SCO มีสมาชิกอยู่ 10 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน อินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน และเบลารุส ซึ่งทั้งหมดมีสถานะเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ ส่วนประเทศที่มีสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์ ได้แก่ มองโกเลีย และอัฟกานิสถาน นอกจากนี้ ยังมีประเทศที่เป็นหุ้นส่วนกันอีกถึง 14 ประเทศ เช่น ตุรกี ศรีลังกา ไปจนถึงกัมพูชา และเมียนมาร์ ขณะที่ไทยไม่ได้เข้าร่วมประชุมเนื่องจากไม่ได้เป็นสมาชิกของ SCO
SCO ซัมมิตแห่งนัยเชิงสัญลักษณ์?
สำหรับจีน การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมที่ยิ่งใหญ่นี้ ไม่ใช่แค่เพียงจะเป็นเวทีประชุมขนาดใหญ่ แต่ยังต้องการจะประกาศให้ทั่วโลกได้เห็น ประกอบกับ SCO เป็นองค์กรระหว่างประเทศเพียงแห่งเดียวที่ตั้งชื่อตามเมืองจีน คือ เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) ซึ่ง Lin Minwang รองคณบดีจากมหาวิทยาลัย Fudan กล่าวกับสำนักข่าว Channel News Asia ว่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมจีนจึงให้ความสำคัญกับ SCO มาโดยตลอด
ที่สำคัญ ปีนี้จีนตั้งใจเป็นพิเศษ ทั้งทุ่มทรัพยากรทางการทูตอย่างมากเพื่อเปลี่ยน SCO ให้เป็นเวทีโชว์พลังแบบ multilaterlaism หรือการรวมกลุ่มแบบพหุภาคี โดยหวังจะสร้างภาพลักษณ์และวางบทบาทตัวจีนเองในฐานะ “ผู้รักษาเสถียรภาพโลก”
จะคุยอะไรกันบ้างใน SCO?
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศ หลิว ปิน แถลงข่าวที่เปิดเผยออกมาต่อสื่อมวลชนถึงวาระการประชุมที่ถูกวางไว้ล่วงหน้า ครอบคลุมหลายด้านที่สำคัญ อีกทั้งเหล่าผู้นำจะร่วมกันรับรอง
- “ยุทธศาสตร์พัฒนา 10 ปีของ SCO”
- แถลงการณ์ร่วมในวาระ 80 ปีของสงครามโลกครั้งที่ 2
- และครบรอบ 80 ปีของการก่อตั้งองค์การสหประชาชาติ
รวมถึงจะมีการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ และจะมีวาระใหม่ที่จีนเตรียมผลักดันทั้งเรื่องความเชื่อมโยงในโครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล ความร่วมมือด้านการเงินที่ครอบคลุมแนวคิด SCO Development Bank หมุดหมายของแนวคิดนี้คือเพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มในการระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงการต่างๆ ของประเทศสมาชิก เช่น จาก China Development Bank และธนาคารเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของรัสเซีย Bank for Development and Foreign Economic Affairs (Vnesheconombank) นอกจากนี้ยังมีการผลักดันเรื่อง AI ระบบสาธารณสุข และทุนการศึกษาและวัฒนธรรมอีกด้วย
ทำไมปีนี้น่าจับตามอง?
สี จิ้นผิง-วลาดิเมียร์ ปูติน-นเรนทรา โมดี นี่คือปฏิสัมพันธ์ที่น่าจับตามองของการประชุมปีนี้ สำหรับมอสโก การประชุม SCO นี้อาจเป็นเวทีที่โชว์ว่า “รัสเซียยังไม่ถูกโดดเดี่ยวในเวทีโลก” ส่วนปักกิ่ง การเดินเกมคือการสร้างสมดุลระหว่างพันธมิตร และฉายภาพให้ทั่วโลกได้เห็นระบบโลกหลายขั้วมากกว่าจะเป็นขั้วเดียว ขณะที่อินเดีย การที่นายกรัฐมนตรีโมดีเข้าร่วมในปีนี้ ถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 7 ปี หลังจากเหตุการณ์ปะทะกันที่ Galwan Valley ในปี 2020 ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศหยุดชะงัก
ล่าสุดยังมีรายงานว่าทั้งสองประเทศเริ่มกลับมาเปิดเที่ยวบินตรง และเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจต่อกัน ในห้วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับสหรัฐฯ เริ่มสะดุด จากพิษภาษีนำเข้าจากทรัมป์ที่เรียกเก็บจากอินเดียอ่วมไป 50% เพื่อตอบโต้ที่อินเดียซื้อน้ำมันจากรัสเซีย
ทั้งนี้ หลังจบการประชุม SCO จีนจะจัดพิธีสวนสนามทางทหารครั้งใหญ่ที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ในวันที่ 3 กันยายน เพื่อเฉลิมฉลอง 80 ปีแห่งชัยชนะสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยจะมีการโชว์ยุทโธปกรณ์ที่ล้ำสมัยที่สุดของกองทัพจีน อีกทั้งยังมีรายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ จะเดินทางมาร่วมชมพิธีสวนสนามนี้ด้วย และงานนี้อาจจะได้เห็นภาพคิม-ปูติน-สี ยืนเคียงข้างกัน
พิธีสวนสนามยิ่งใหญ่นี้สะท้อนอะไร?
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ในสายตาของโลกตะวันตก รัสเซียและเกาหลีเหนือคือรัฐอันธพาล พิธีสวนสนามในวันที่ 3 กันยายนนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพจีนเท่านั้น แต่สะท้อนความพยายามของประธานาธิบดีสี ในการรักษาอิทธิพลของจีนในเวทีโลกไม่ใช่เพียงแค่ในฐานะชาติเศรษฐกิจอันดับสองของโลก แต่ในฐานะ “มหาอำนาจทางการทูต” ที่สามารถดึงทั้งปูตินและคิม จองอึน ให้มาปรากฏตัวในปักกิ่ง
ท่ามกลางช่วงเวลาที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเร่งผลักดันกระบวนการเจรจาสันติภาพยูเครน และแสดงความตั้งใจที่จะพบกับคิมอีกครั้ง ผ่านการพูดคุยกับ ประธานาธิบดี อี แจมย็อง ของเกาหลีใต้ แต่สี จิ้นผิงกลับกลายเป็นผู้นำคนเดียวที่ได้พูดคุยกับทั้งรัสเซียและเกาหลีเหนือในช่วงเวลานี้ และทั้งหมดนี้ กำลังจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังการประชุม SCO
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
