รีเซต

“เอลนีโญ” จ่อแรงสุด ในรอบหลายชั่วอายุคน เกษตรไทยเสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน

“เอลนีโญ” จ่อแรงสุด ในรอบหลายชั่วอายุคน เกษตรไทยเสี่ยงสูญ 6.2 หมื่นล้าน
TNN ช่อง16
31 สิงหาคม 2569 ( 12:00 )

“เอลนีโญ” ส่อเค้ารุนแรงขึ้น กระทบรูปแบบฝนของไทยไม่กระจายตัวทั่วประเทศ กรมอุตุนิยมวิทยาชี้หลายพื้นที่ฝนตกแบบกระจุกตัว โดยเฉพาะบริเวณหน้าเขาและแนวปะทะลม ขณะที่บางพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเริ่มเผชิญภาวะเงาฝนและขาดแคลนน้ำ ด้านสภาพัฒน์ฯ ประเมินหากเอลนีโญรุนแรงตั้งแต่ปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 2027 ภาคเกษตรอาจเสียหายสูงถึง 6.2 หมื่นล้านบาท กระทบทั้งรายได้เกษตรกร ตลาดแรงงาน และความมั่นคงทางอาหาร

กรมอุตุนิยมวิทยาระบุว่า อิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้ฤดูฝนของไทยในปีนี้มีลักษณะฝนตกไม่สม่ำเสมอ หลายพื้นที่ไม่ได้รับฝนอย่างทั่วถึง แต่เกิดเป็นฝนตกหนักเฉพาะจุด โดยเฉพาะบริเวณหน้าเขาหรือแนวปะทะลม ส่งผลให้พื้นที่ที่อยู่ในเขตเงาฝนมีปริมาณฝนต่ำกว่าปกติและเสี่ยงเข้าสู่ภาวะแห้งแล้ง

พื้นที่ที่เริ่มได้รับผลกระทบชัดเจน ได้แก่ จังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา และบุรีรัมย์ ซึ่งมีปริมาณฝนตกน้อย ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ฯ ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ถึง 9 กรกฎาคม 2026 มีพื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแล้ว 8,646 ไร่ และมีเกษตรกรได้รับผลกระทบ 4,453 ราย

สภาพัฒน์ฯ ยังประเมินว่า สถานการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคม 2026 และอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2027 จะสร้างแรงกดดันต่อภาคเกษตรอย่างมีนัยสำคัญ โดยอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 6.2 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะภาคการผลิตข้าว ซึ่งเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ และอาจทำให้รายได้เกษตรกรลดลงประมาณ 8%

ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาคการเกษตร แต่ยังมีแนวโน้มส่งต่อไปยังตลาดแรงงาน เนื่องจากเมื่อผลผลิตทางการเกษตรลดลง ความต้องการแรงงานในภาคเกษตรก็อาจลดลงตามไปด้วย ทำให้แรงงานบางส่วนจำเป็นต้องย้ายไปประกอบอาชีพในภาคเศรษฐกิจอื่น

ขณะเดียวกัน ความกังวลต่อเอลนีโญไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย โดยสำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหราชอาณาจักร หรือ Met Office ประเมินว่า เอลนีโญครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายชั่วอายุคน และอาจรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ศตวรรษที่ 19

หากสถานการณ์เป็นไปตามการคาดการณ์ ปี 2027 อาจมีโอกาสสูงที่จะกลายเป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ แทนที่ปี 2024 ขณะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิกอาจเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 องศาเซลเซียสในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งสูงกว่าระดับที่พบโดยทั่วไปในช่วงเกิดเอลนีโญ และถือเป็นระดับที่สะท้อนความรุนแรงของปรากฏการณ์อย่างมาก

เมื่อเอลนีโญรุนแรงขึ้น อุณหภูมิในหลายพื้นที่ทั่วโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น ขณะที่บางภูมิภาค โดยเฉพาะเอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย และแอฟริกาตอนใต้ อาจเผชิญสภาพอากาศแห้งแล้งมากขึ้น ส่วนพื้นที่ตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้และบางส่วนของสหรัฐฯ อาจมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบสภาพอากาศที่แปรปรวนและแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค

ด้านศูนย์พยากรณ์ภูมิอากาศของสหรัฐฯ ได้เพิ่มระดับการคาดการณ์ความรุนแรงของเอลนีโญ โดยประเมินว่ามีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะเกิดเอลนีโญในระดับรุนแรงมากในช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า สิ่งที่หลายฝ่ายจับตาเป็นพิเศษคือผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม เพราะทั้งอุณหภูมิสูง ความแห้งแล้ง และฝนที่ตกหนักผิดปกติ ล้วนสามารถสร้างความเสียหายต่อผลผลิตได้ โดยเฉพาะในช่วงที่เกษตรกรยังต้องเผชิญกับต้นทุนปุ๋ยและเชื้อเพลิงที่อยู่ในระดับสูง

หากย้อนดูเหตุการณ์เอลนีโญครั้งรุนแรงในอดีต โดยเฉพาะช่วงปี 1997-1998 พบว่า หลายพื้นที่ของเอเชียต้องเผชิญภัยแล้งและผลผลิตข้าวลดลง ขณะที่บางพื้นที่ในทวีปอเมริกากลับเผชิญฝนตกหนักและน้ำท่วมจนสร้างความเสียหายต่อภาคเกษตร

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า หากเอลนีโญรุนแรงขึ้นในครั้งนี้ โลกอาจต้องรับมือกับทั้งอากาศร้อนจัด ภัยแล้ง และฝนที่แปรปรวน ซึ่งไม่เพียงกระทบผลผลิตข้าว แต่ยังรวมถึงข้าวสาลี ข้าวโพด น้ำมันปาล์ม และพืชเศรษฐกิจสำคัญอื่น ๆ ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงอาจลุกลามจากระดับเกษตรกรไปสู่ราคาสินค้า ตลาดแรงงาน และความมั่นคงทางอาหารของโลก ทำให้การเตรียมรับมือกับเอลนีโญกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทุกประเทศต้องเร่งวางแผนตั้งแต่วันนี้



ที่มา: TNN

ภาพ: GettyImages

_____

#TNNEARTH #เอลนีโญ #ภัยแล้ง #วิกฤตสภาพภูมิอากาศ #โลกร้อน #ภัยพิบัติ #ลานีญา

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง