รีเซต

"ADB" ภารกิจ Asean Power Grid เชื่อมไฟฟ้าสะอาด สู่ความมั่นคงทางพลังงาน

"ADB" ภารกิจ Asean Power Grid เชื่อมไฟฟ้าสะอาด สู่ความมั่นคงทางพลังงาน
TNN ช่อง16
30 ตุลาคม 2569 ( 16:24 )

"ASEAN Power Grid" หรือ APG แนวคิดที่สนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานในภูมิภาคอาเซียนที่เกิดขึ้นมามากกว่า 30 ปี ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญในการบูรณาการพลังงานของทั้งภูมิภาค รวมถึงกลายเป็นความท้าทายของ "Asia Development Bank" หรือ ADB ในฐานะผู้สนับสนุนเงินทุนเพื่อการพัฒนา

ภาพของ APG เริ่มเห็นความชัดเจนเป็นรูปธรรม สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกทางพลังงานที่จับต้องได้ด้วยการสนับสนุนของ ADB นั่นคือโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม "Monsoon Wind Power Project" ขนาดกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ทางตอนใต้ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

โครงการเมกะโปรเจกต์นี้กำลังก้าวขึ้นเป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนผ่านพลังงานในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่เพียงเพราะเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้าจากกังหันลมแห่งแรกของ สปป.ลาว และเป็นหนึ่งในโครงการพลังงานลมขนาดใหญ่ที่สุดของภูมิภาค แต่เพราะเป็นโครงการส่งออกไฟฟ้าพลังงานลมข้ามพรมแดนแห่งแรกของเอเชียที่สะท้อนให้เห็นว่าแนวคิด APG สามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อมีโครงสร้างสัญญา เงินทุนระยะยาว และการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

โดยข้อมูลพื้นฐานของโครงการ Monsoon Wind ประกอบด้วยกังหันลม 133 ต้น ผลิตไฟฟ้าใน สปป.ลาว เพื่อจำหน่ายให้แก่เวียดนามภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 25 ปี โดยพัฒนามาตั้งแต่การศึกษาความเป็นไปได้ในปี 2011 จนสามารถเดินเครื่องเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบได้ในเดือนสิงหาคม 2025 รวมระยะเวลาราว 14 ปี ความยาวนานของกระบวนการดังกล่าวสะท้อนว่าโครงการพลังงานสะอาดข้ามพรมแดนไม่ได้เผชิญเพียงโจทย์ด้านวิศวกรรม แต่ต้องจัดการความซับซ้อนของกฎหมาย สัญญา การเงิน การกำกับดูแล และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมพร้อมกัน

ความสำคัญของโครงการอยู่ที่การเชื่อมโยงทรัพยากรพลังงานของประเทศหนึ่งเข้ากับความต้องการไฟฟ้าของอีกประเทศหนึ่งอย่างเป็นรูปธรรม พลังงานลมของ สปป.ลาวมีศักยภาพเด่นในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังผลิตจากพลังน้ำอาจลดลงตามปริมาณน้ำในเขื่อน ความเกื้อหนุนเชิงฤดูกาลนี้ช่วยให้ระบบไฟฟ้าของเวียดนามมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานหรือเส้นทางนำเข้าเพียงทางเดียว และสนับสนุนการกระจายความเสี่ยงของระบบไฟฟ้าในระยะยาว โครงการจึงไม่ได้เป็นเพียงการซื้อขายไฟฟ้า แต่เป็นองค์ประกอบของยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางพลังงานและการลดการปล่อยคาร์บอนร่วมกันของภูมิภาค

ในเชิงสิ่งแวดล้อม โครงการคาดว่าจะช่วยหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 748,867 ตันต่อปี ขณะเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าสะอาด 600 เมกะวัตต์ให้แก่ระบบของเวียดนาม ซึ่งกำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจและมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าฉบับปรับปรุง หรือ PDP 8 ของเวียดนามตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิตในประเทศเป็น 180–240 กิกะวัตต์ภายในปี 2030 จากฐานกำลังผลิตเดิมราว 86 กิกะวัตต์ โดยยังวางแผนนำเข้าไฟฟ้าประมาณ 9,360–12,100 เมกะวัตต์ภายในปีเดียวกัน รวมถึงไฟฟ้าจาก สปป.ลาว การนำเข้าจึงมีสถานะเป็นส่วนเสริมเชิงยุทธศาสตร์ต่อการลงทุนผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Monsoon Wind เกิดขึ้นได้ คือบทบาทของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย หรือ ADB ในฐานะผู้จัดโครงสร้างทางการเงิน ผู้ประสานผู้ให้กู้ และผู้ลดความเสี่ยงของโครงการ ADB ช่วยจัดหาและระดมเงินทุนรวม 692.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเงินกู้โดยตรงจาก ADB จำนวน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุเงินกู้ 19 ปี

ควบคู่กับเงินร่วมสนับสนุนจากสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา ผู้ให้กู้ทวิภาคี และธนาคารพาณิชย์ที่มีอายุสินเชื่อประมาณ 17–19 ปี อีกประมาณ 592 ล้านดอลลาร์ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย JICA, HKMC, Thai EXIM, AIIB, SMBC, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังมีเงินกู้สัมปทาน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อายุ 17–21 ปี และเงินให้เปล่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกองทุน ADF–PSW

รูปแบบดังกล่าวเป็นตัวอย่างของการใช้ blended finance หรือเงินทุนแบบผสมผสาน ซึ่งนำทุนเชิงพาณิชย์มาทำงานร่วมกับเงินทุนสัมปทานและเงินให้เปล่า เพื่อทำให้โครงการที่มีความเสี่ยงสูงสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนระยะยาวได้ ในกรณี Monsoon Wind ความเสี่ยงหลักประการหนึ่งคือความเสี่ยงที่ระบบอาจจำกัดการรับซื้อหรือรับจ่ายไฟฟ้าจากโครงการ หรือ curtailment risk

ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าว ส่งผลให้รายได้ลดลงและกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ เงินกู้สัมปทานจาก LEAP และ CFPS จำนวน 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐจึงถูกใช้เพื่อลดผลกระทบต่อกระแสเงินสดในภาวะปกติ ขณะที่ CFPS II และ ADB–PSW สนับสนุนวงเงินสำรองสภาพคล่องอีก 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อรองรับสถานการณ์รุนแรงและช่วยให้โครงการรักษาความสามารถในการชำระหนี้จนกว่าการดำเนินงานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

การออกแบบกลไกทางการเงินเช่นนี้มีความสำคัญต่อสถานะ “bankable” หรือความสามารถในการระดมทุนของโครงการ โดยเฉพาะเมื่อ Monsoon Wind เป็นโครงการพลังงานลมระดับสาธารณูปโภคแห่งแรกของ สปป.ลาว ซึ่งก่อนหน้านี้ยังไม่มีกรณีศึกษาในประเทศให้นักลงทุนและผู้ให้กู้อ้างอิง การที่ ADB สามารถปรับเงื่อนไข ความต้องการ และมาตรฐานของผู้ให้กู้หลายกลุ่มให้อยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน จึงช่วยลดช่องว่างด้านความเชื่อมั่นระหว่างภาคเอกชน สถาบันการเงิน และภาครัฐ

ความซับซ้อนของโครงการยังครอบคลุมถึงการจัดสรรสิทธิ หน้าที่ และความเสี่ยงระหว่างผู้สนับสนุนโครงการ รัฐบาล สปป.ลาว ในฐานะคู่สัญญาสัมปทาน EVN ในฐานะผู้รับซื้อไฟฟ้า ผู้รับเหมาวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง หรือ EPC รวมถึงผู้ดำเนินการและบำรุงรักษาระบบ โดย PowerChina รับบทบาทสำคัญทั้งในงานก่อสร้าง และร่วมกับ Envision Energy ในการดำเนินงานและบำรุงรักษา

สำหรับ สปป.ลาว โครงการนี้มีนัยมากกว่าการเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้า เพราะเป็นการเปิดอุตสาหกรรมส่งออกพลังงานหมุนเวียนรูปแบบใหม่ นอกเหนือจากไฟฟ้าพลังน้ำ และช่วยแสดงให้เห็นว่าประเทศสามารถรองรับโครงการโครงสร้างพื้นฐานพลังงานขนาดใหญ่ภายใต้มาตรฐานสากลได้ โครงการคาดว่าจะสร้างรายได้ให้ภาครัฐผ่านค่าสัมปทาน ค่าเช่า และภาษี พร้อมสร้างงานในพื้นที่ โดยบุคลากรฝ่ายปฏิบัติการจำนวน 145 คนจากทั้งหมด 174 คน หรือ 83% เป็นแรงงานชาวลาว ส่วนช่วงก่อสร้างมีการจ้างงานสูงสุดประมาณ 1,650 คน

ผลประโยชน์ต่อชุมชนยังถูกออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงการ โดยมีงบประมาณสนับสนุนชุมชน 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เป็นเวลา 25 ปี หรือรวม 27.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำไปพัฒนาถนนมากกว่า 250 กิโลเมตร ระบบน้ำ บริการสุขภาพ และทุนการศึกษา แนวทางดังกล่าวสะท้อนมาตรฐานการเงินเพื่อการพัฒนาที่ ADB ผลักดัน ซึ่งไม่ได้พิจารณาเฉพาะผลตอบแทนทางการเงิน หากครอบคลุมมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม การโยกย้ายถิ่นฐาน สิทธิของชนพื้นเมือง และการออกแบบโครงการที่คำนึงถึงความเท่าเทียมทางเพศ

กรณี Monsoon Wind จึงเป็นภาพจำลองขนาดใหญ่ของสิ่งที่ ASEAN Power Grid ต้องการบรรลุ นั่นคือการเชื่อมโยงทรัพยากรพลังงานสะอาดของประเทศสมาชิกเข้ากับจุดที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง เพื่อทำให้ระบบพลังงานทั้งภูมิภาคมีต้นทุนเหมาะสม มีความมั่นคง และรองรับพลังงานหมุนเวียนได้มากขึ้น

ปัจจุบัน อาเซียนมีศักยภาพการเชื่อมโยงไฟฟ้าข้ามพรมแดนเกือบ 8 กิกะวัตต์ และมีเป้าหมายขยายสู่ราว 18 กิกะวัตต์ภายในปี 2045 ขณะที่ข้อมูลการวางแผนบางส่วนประเมินความจำเป็นในการเพิ่มขีดความสามารถจาก 7.7 กิกะวัตต์เป็น 17.6 กิกะวัตต์ภายในปี 2040

การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวต้องใช้งบลงทุนราว 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 20 ปี สำหรับสายส่งระหว่างประเทศ การเสริมความมั่นคงของโครงข่ายภายในประเทศ และกำลังผลิตใหม่ โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน ADB ระบุว่ามีศักยภาพสนับสนุนสินเชื่อแก่โครงการโครงข่ายไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และการซื้อขายไฟฟ้าภายใต้ APG รวมกันประมาณ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 10 ปีข้างหน้า

นอกจากนี้ ADB ยังจัดตั้งกองทุน Regional Connectivity Fund for Energy and Southeast Asia ภายใต้กลไกเตรียมความพร้อมโครงการ APG ซึ่งมีผู้บริจาค 6 รายให้คำมั่นสนับสนุนเงินช่วยเหลือรวมราว 26 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการศึกษาระยะต้น เช่น การศึกษาความเป็นไปได้และการสำรวจเส้นทางสายเคเบิลใต้น้ำ

บทบาทของ ADB ต่อ APG จึงดำเนินไปพร้อมกันในสามระดับ ได้แก่ การทำงานกับอาเซียนและธนาคารโลกในระดับภูมิภาค การสนับสนุนกรอบอนุภูมิภาค เช่น GMS, BIMP-EAGA และ IMT-GT และการช่วยรัฐบาลหรือผู้พัฒนาโครงการระดมทุนในระดับประเทศ เป้าหมายคือการเปลี่ยนโครงสร้างการเชื่อมโยงไฟฟ้าจากระบบทวิภาคีแบบจุดต่อจุด ไปสู่เครือข่ายหลายจุดที่รองรับการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างหลายประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี APG ยังมีข้อท้าทายทั้งด้านเทคนิค การกำกับดูแล และการเมือง ภูมิภาคจำเป็นต้องมีโครงข่ายมาตรฐานร่วม กลไกกำกับดูแลการซื้อขายข้ามพรมแดน และการลงทุนในเทคโนโลยีสำคัญ เช่น สายส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูง หรือ HVDC โดยเฉพาะสายเคเบิลใต้น้ำสำหรับเส้นทางระยะไกล ปัจจัยสำคัญที่สุดอาจเป็นความเชื่อมั่นและเจตจำนงร่วมของประเทศสมาชิก เพราะการวางแผนระบบพลังงานระดับภูมิภาคย่อมต้องก้าวข้ามกรอบผลประโยชน์เฉพาะของแต่ละประเทศ

ท่ามกลางความต้องการใช้ไฟฟ้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นราว 4 เท่าภายในปี 2060 รวมถึงแรงขับเคลื่อนใหม่จากการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์และศูนย์ข้อมูล Monsoon Wind จึงเป็นมากกว่าโครงการกังหันลมใน สปป.ลาว หากเป็นข้อพิสูจน์ว่าไฟฟ้าสะอาดสามารถส่งผ่านพรมแดนได้จริง และการเงินเพื่อการพัฒนาสามารถเปลี่ยนโครงการที่มีความเสี่ยงสูงให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานระดับภูมิภาคได้

เมื่อก้าวต่อไปของอาเซียนคือการสร้างระบบไฟฟ้าที่เชื่อมโยงกันทั้งภูมิภาค ความสำเร็จของ Monsoon Wind และบทบาทของ ADB จะเป็นฐานสำคัญสำหรับการเปลี่ยนแนวคิด ASEAN Power Grid ให้เป็นโครงข่ายที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำของประชากรราว 700 ล้านคนอย่างเป็นรูปธรรม

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง