ทรัมป์ป่วนโลกทำทองพุ่ง 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ราคาทองคำพุ่งสูงกว่า 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 1 แสน 5 หมื่นบาทแล้วเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมื่อวานนี้ (25 มกราคม) ขณะที่นักลงทุนแห่เข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย (safe-haven asset) ท่ามกลางความวิตกที่แพร่กระจายว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กำลังสร้างความปั่นป่วนต่อความสัมพันธ์กับพันธมิตรสำคัญทั้งชาติในยุโรปไปจนถึงแคนาดา
CNN รายงานว่าตั้งแต่ 26 วันแรกของปี 2026 ราคาทองคำได้เพิ่มขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ ต่อเนื่องจากการปรับขึ้นเกือบ 60% ในปีที่แล้วและนับเป็นการปรับขึ้นรายปีที่มากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 ด้วย โดยที่ทองคำมักถูกมองว่าเป็นตัวชี้วัดระดับความวิตกกังวลของตลาด การพุ่งขึ้นครั้งล่าสุดนี้เกิดจากความเคลื่อนไหวทั้งในและต่างประเทศของทรัมป์ที่สร้างความปั่นป่วนต่อตลาดโลก ตั้งแต่การขู่ขึ้นภาษีกับชาติพันธมิตรนาโตที่คัดค้านการเข้าครอบครองกรีนแลนด์แม้ว่าในท้ายที่สุดทรัมป์จะยอมถอยเรื่องภาษีแต่ยังไม่ถอยเรื่องกรีนแลนด์ ไปจนถึงปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลาและการสอบสวนทางอาญาต่อ เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด รวมถึงสงครามทั้งในตะวันออกกลางและสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่เป็นตัวช่วยผลักให้ราคาทองพุ่งสูง
อย่างไรก็ตาม ทองคำและโลหะมีค่าอื่น ๆ ถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยซึ่งนักลงทุนมักเข้าซื้อในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาเงิน (Sliver) พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เป็นครั้งแรก ต่อเนื่องจากการปรับขึ้นเกือบ 150% ในปีที่แล้ว
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ของ “โกลด์แมน แซคส์” สถาบันการเงินข้ามชาติชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เพิ่มการคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจเพิ่มสูงแตะ 5,400 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ (troy ounce) หรือประมาณ 1 แสน 6 หมื่นบาท โดยได้อ้างถึงความสนใจของนักลงทุนภาคเอกชนเนื่องจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายทั่วโลกที่ยังคงค้างอยู่ ตามบันทึกการวิจัยที่โกลด์แมน แซคส์ เผยแพร่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
