รีเซต

เผยอันดับมหานครค่าครองชีพแพงที่สุด เมืองหลวงเติร์กเมนิสถานผงาด

เผยอันดับมหานครค่าครองชีพแพงที่สุด เมืองหลวงเติร์กเมนิสถานผงาด
ข่าวสด
22 มิถุนายน 2563 ( 18:04 )
283
เผยอันดับมหานครค่าครองชีพแพงที่สุด เมืองหลวงเติร์กเมนิสถานผงาด

 

เผยอันดับมหานครค่าครองชีพแพงที่สุด เมืองหลวงเติร์กเมนิสถานผงาด

เผยอันดับมหานครค่าครองชีพแพงที่สุด - วันที่ 22 มิ.ย. ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า เมอร์เซอร์ เอกชนที่ปรึกษาทางธุรกิจในสหรัฐอเมริกา เผยอันดับมหานครที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดของปี 2563 พบกรุงอาชกาบัต เมืองหลวงประเทศเติร์กเมนิสถาน ชาติในเอเชียกลาง ผงาดอันดับสองของโลก สร้างความประหลาดให้นักวิเคราะห์

 

การจัดอันดับดังกล่าวมาจากรายงาน Cost of Living Survey ฉบับที่ 26 ของเมอร์เซอร์ พบกรุงอาชกาบัต พุ่งขึ้นมาเป็นอันดับสองของโลก โดยสาเหตุหลักมาจากวิกฤตเศรษฐกิจ ภาวะขาดแคลนอาหาร และภาวะเงินเฟ้อในประเทศ จนทำให้ค่าครองชีพแทรงหน้าอย่างกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น และมหานครนิวยอร์ก ของสหรัฐ

เช่นเดียวกันกับค่าครองชีพในฮ่องกง ที่กำลังมีแนวโน้มสูงขึ้นในช่วงนี้ เพราะกำลังเผชิญกับวิกฤตการเมือง จนกลายเป็นมหานครที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกในปีนี้ เนื่องมาจากราคาอสังหาริมทรัพย์ที่แพงที่สุดของโลก

ข้อมูลของเมอร์เซอร์ พบว่า มหานครนิวยอร์กซึ่งได้อันดับสามของโลก และเป็นศูนย์กลางการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปี 2019 หรือโควิด-19 ในสหรัฐ มีราคาสินค้าประเภทน้ำยาฆ่าเชื้อ และสบู่แพงที่สุดในโลก แต่การระบาดของโรคโควิด-19 ในนิวยอร์กไม่ได้ถูกนับรวมเป็นปัจจัยหลักของการพิจารณาในรายงานปีนี้

 

รายงานระบุว่า ราคาอาหาร โดยเฉพาะผักผลไม้ในนิวยอร์กนั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอยู่แล้วก่อนหน้าการระบาดของโรคโควิด-19 ภาวะความผันผวนจากค่าสกุลเงิน และเงินเฟ้อ ส่งผลให้สินค้า การบริการ ค่าเช่าห้องพัก ส่งผลให้เกิดความยากลำบากโดยเฉพาะต่อแรงงานต่างชาติ

ทางเมอร์เซอร์หวังว่า ข้อมูลที่ได้จากรายงานนี้จะมีประโยชน์ต่อบรรดานายจ้าง ในการกำหนดอัตราค่าตอบแทนสำหรับพนักงานที่ต้องไปทำงานยังต่างประเทศ

นายอิเลีย โบนิก หัวหน้าแผนกยุทธศาสตร์ของเมอร์เซอร์ กล่าวว่า การระบาดของโรคโควิด-19 เป็นสิ่งสะท้อนว่าการดูแลพนักงานที่ต้องถูกส่งไปทำงานต่างประเทศเป็นสิ่งที่ยากต่อการจัดการ

 

ด้าน 10 อันดับแรกของมหานครที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดกว่าครึ่งนั้นอยู่ในทวีปเอเชีย เช่น สิงคโปร์ (อันดับ 5) นครเซี่ยงไฮ้ และปักกิ่ง (อันดับ 7 และ 10 ตามลำดับ)

ส่วนทวีปยุโรปเป็นประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มีเมืองติด 10 อันดับแรกถึง 3 แห่ง ได้แก่ ซูริค (อันดับ 4) เบิร์น (อันดับ 8) และเจนีวา (อันดับ 9)

ขณะที่มหานครการเงินจาก ลากอสในประเทศไนจีเรียไต่อันดับมาเป็นที่ 18 แซงหน้ากรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ (อันดับที่ 19)

ส่วนมหานครที่ค่าครองชีพถูกที่สุดนั้นเป็นกรุงตูนิส ประเทศตูนีเซีย (209) กรุงวินด์ฮุก ประเทศนามีเบีย (208) และกรุงทาชเคนต์ ประเทศอุซเบกิสถาน โดยซีเอ็นเอ็นท่องเที่ยวแนะนำให้ประเทศนามีเบีย เป็นสถานที่ที่น่าเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุดหลังการระบาดโควิด-19 สิ้นสุด

10 อันดับมหานครค่าครองชีพแพงที่สุดในโลก

01. ฮ่องกง (ประเทศจีน)

02. อาชกาบัต (เติร์กเมนิสถาน)

03. โตเกียว (ญี่ปุ่น)

04. ซูริค (สวิตเซอร์แลนด์)

05. สิงคโปร์

06. นครนิวยอร์ก (สหรัฐอเมริกา)

07. เซี่ยงไฮ้ (จีน)

08. เบิร์น (สวิตเซอร์แลนด์)

09. เจนีวา (สวิตเซอร์แลนด์)

10. ปักกิ่ง (จีน)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง