รีเซต

SAV กำไร 272 ลบ. +36% กำไรต่อหุ้น 0.46 บ. งดจ่ายเงินปันผล

SAV กำไร 272 ลบ. +36% กำไรต่อหุ้น 0.46 บ.  งดจ่ายเงินปันผล
ทันหุ้น
21 กุมภาพันธ์ 2567 ( 19:03 )
50
SAV กำไร 272 ลบ. +36% กำไรต่อหุ้น 0.46 บ.  งดจ่ายเงินปันผล

#SAV #ทันหุ้น - บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV แจ้งผลการดำเนินงานงวดปี 2566 กำไรสุทธิ 271.55 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.46 บาท เพิ่มขึ้น 36.08% เทียบกับงวดปี 2565 มีกำไรสุทธิ 199.55 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 0.35 บาท งดจ่ายเงินปันผล

 

บริษัทชี้แจงว่า ในปี 2566 บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ "SAV" มีรายได้รวมจำนวน 1,647.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 427.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 35.1 โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการให้บริการจัดการจราจรทางอากาศในเขตน่านฟ้าประเทศกัมพูชาที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากทั่วโลกผ่อนคลายมาตรการCOVID-19 ในขณะที่ กำไรส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ อยู่ที่ 271.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 72.0 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 36.1

 

นายธีระชัย พงศ์พนางาม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV หนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรมด้านการบิน ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานการจัดการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชาเพียงรายเดียว เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำปี 2566 ว่า “บริษัทฯ มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,647.8 ล้านบาท เติบโตขึ้น 35.1%  หรือ 427.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยบริษัทฯมีรายได้จากการบริการตามสัญญาสัมปทาน จำนวน 1,501.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 จำนวน 415.1 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโตร้อยละ 38.2ซึ่งเพิ่มขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินทั้งหมดที่เพิ่มขึ้นเป็น 92,685 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 35.5% หรือ 24,295 เที่ยวบินจากปี 2565

 

โดยแบ่งรายได้การบริการออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

· รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินผ่านเขตน่านฟ้ากัมพูชา (Overflight) จำนวน 998.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.4%  ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลัก เนื่องจากกัมพูชาอยู่ในตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ดี ทำให้เที่ยวบินที่จะไปเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมที่สำคัญในอาเซียน เช่น ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ต้องบินผ่านน่านฟ้ากัมพูชา

· รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงระหว่างประเทศ (Landing & Take-off: International) จำนวน 490.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.4%  เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะหลังหมดสถานการณ์โควิด-19

· รายได้ค่าบริการสำหรับเที่ยวบินที่บินขึ้น-ลงในประเทศ (Landing & Take-off: Domestic) จำนวน 11.6% เพิ่มขึ้น 15.9%

 

“ในงวดปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 271.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72 ล้านบาท เติบโตขึ้น 36.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เนื่องจากรายได้จากการบริการเติบโตขึ้น และมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างเข้มงวด อนึ่งบริษัทฯมีค่าใช้จ่ายการตัดจำหน่ายภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จำนวน 88.5 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ มีการรับเงินปันผลจากบริษัทแคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (“CATS”) จำนวน 25.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในไตรมาส4 นั้นมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ จำนวน1.15 ล้านเหรียญ หรือจำนวน 41 ล้านบาท ทั้งนี้ อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายของประเทศกัมพูชาเท่ากับร้อยละ 14.00 แต่เนื่องจากประเทศไทยและประเทศกัมพูชามีอนุสัญญาภาษีซ้อน ซึ่งกำหนดให้มีการหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย เท่ากับ ร้อยละ 10.00 ของจำนวนเงินปันผล”

 

ทั้งนี้บริษัทมีแผนที่จะจ่ายเงินปันผลจากบริษัท CATS มาที่ SAV ทุกๆไตรมาสเพื่อให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้คงที่ในทุกๆไตรมาส อีกทั้งบริษัทฯ มีรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 9.0ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายครั้งเดียว เนื่องจากบริษัทฯ นำเงินที่ได้รับเงินจากการขายหุ้น IPO ซึ่งเป็นสกุลเงินบาทไปชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวให้แก่สถาบันการเงินซึ่งเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐรวมจำนวน 1,169.8 ล้านบาท โดยบริษัทฯ จ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมดังกล่าวทั้งจำนวนแล้ว เมื่อวันที่ 11ตุลาคม 2566และยังจ่ายชำระคืนกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันจำนวน 258.7 ล้านบาท จึงทำให้ปัจจุบัน SAV เป็นบริษัทฯที่ไม่มีหนี้สินทางการเงินและไม่มีภาระดอกเบี้ย และ มีศักยภาพทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปี 2566 จำนวน 480 ล้านบาท

 

สำหรับปี 2567 บริษัทฯคาดว่า อุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะเที่ยวบินมาประเทศไทยและเวียดนามจะยังคงมีการขยายตัวอยู่ซึ่งจะทำให้ปริมาณเที่ยวบินผ่านกัมพูชาจะเพิ่มขึ้นประมาณ 22% - 25% ทำให้รายได้ของ SAV เติบโตในอัตราใกล้เคียงกัน ขณะเดียวกัน คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมายังกัมพูชาจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้รายได้จากเครื่องบินขึ้นลงจากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นเช่นกัน” นายธีระชัยกล่าว

 

ด้านนายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV กล่าวว่า บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษาธุรกิจสัมปทานวิทยุการบินในประเทศ สปป. ลาว เนื่องจากธุรกิจการบริหารจัดการการจราจรทางอากาศในประเทศ สปป. ลาว มีศักยภาพสูง มีจำนวนเที่ยวบินทั้งหมด มากกว่าจำนวนเที่ยวบินในกัมพูชาถึง 2-3 เท่าตัว และมีโอกาสที่จะขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปริมาณเที่ยวบินที่บินผ่านมายังประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยที่ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 23 ล้านคนและจำนวนเที่ยวบินจากประเทศจีนคาดว่าจะกลับมาอย่างมีนัยยะ ที่สำคัญบริษัทฯกำลังดำเนินการจัดตั้งบริษัท ลาว สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด สำหรับนโยบายการจ่ายปันผล ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมตินำเสนอแก่ที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อพิจารณางดการจ่ายเงินปันผลประจำไตรมาสที่ 4 ของปี 2566  โดยจะมีแผนเพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเงินไปลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจใหม่ และนำไปต่อยอดในธุรกิจเดิมที่มีอยู่ แต่จะมีการนำเสนอแก่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาการจ่ายเงินปันผลในรอบถัดไปแทน

 

ปัจจุบัน SAV ได้มีการถือสัดส่วนร้อยละ 100.00 ในบริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จํากัด ("CATS") ซึ่งเป็นบริษัทเดียวที่ประกอบธุรกิจดําเนินการจัดตั้งระบบและให้บริการควบคุมการจราจรในกัมพูชา โดยมีสัมปทานยาวนานกว่า 49 ปี มีความมั่นคงทางธุรกิจสูง และอยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทางอากาศซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

 

ลักษณะการประกอบธุรกิจบริษัทสามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV

บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ("บริษัทฯ"หรือ "SAV" ก่อตั้งเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2560 โดยบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) ("SAMART") เพื่อดำเนินธุรกิจลงทุนในบริษัทอื่น (Holding company) โดยเน้นการลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจการจราจรทางอากาศ หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการจราจรทางอากาศ ปัจจุบันได้มีการถือสัดส่วนร้อยละ 100.00 ในบริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จํากัด ("CATS") เพียงบริษัทเดียวซึ่ง CATS เป็นบริษัทสัญชาติกัมพูชาที่ประกอบธุรกิจดําเนินการจัดตั้งระบบและให้บริการควบคุมการจราจรทางอากาศในประเทศกัมพูชาทุกสนามบินแต่เพียงผู้เดียวตามสัญญาสัมปทานที่ได้รับจากรัฐบาลประเทศกัมพูชาโดยเริ่มทำสัญญาสัมปทานในปี 2544 และเริ่มนับอายุสัมปทานตั้งแต่ปี 2545 ถึงปี 2594

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง