หุ้นดาวโจนส์วันนี้ 25 มิ.ย. 2569 ปิดบวก 182.06 จุด หุ้นสายการบินหนุน

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพุธ ส่วนดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบเนื่องจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนรอจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
สรุปตัวเลขดัชนีหลักตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อคืนนี้
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 51,848.90 จุด เพิ่มขึ้น 182.06 จุด หรือ +0.35%
ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,358.22 จุด ลดลง 7.24 จุด หรือ -0.10%
ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,476.64 จุด ลดลง 110.40 จุด หรือ -0.43%
ความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวที่น่าสนใจ
- กลุ่มสายการบินและท่องเที่ยว: ได้รับปัจจัยบวกจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลง ส่งผลให้ดัชนีหุ้นกลุ่มสายการบินใน S&P500 พุ่งขึ้น 5.2% รวมไปถึงหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวอย่าง Expedia Group และ Booking Holdings ที่ปรับตัวขึ้นตามกัน
- กลุ่มสร้างบ้าน: พุ่งทะยานขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนการลงนามกฎหมายเร่งจัดหาที่อยู่อาศัยราคาถูก โดยหุ้น Hovnanian Enterprises พุ่งขึ้น 11.3%, PulteGroup พุ่งขึ้น 7.2% และ Toll Brothers เพิ่มขึ้น 6.7%
- Cerebras Systems: ราคาหุ้นร่วงลงหนักถึง 19.6% หลังคาดการณ์ว่าอัตรากำไรตลอดทั้งปีจะลดลงต่ำกว่าไตรมาสแรก ประกอบกับถูกกดดันจากการที่ OpenAI ประกาศเปิดตัวชิปประมวลผลรุ่นใหม่ในชื่อ "Jalapeno"
- Micron Technology: นักลงทุนจับตาผลประกอบการอย่างใกล้ชิด โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์กำไรต่อหุ้นไว้ที่ 20.83 ดอลลาร์ และรายได้ 3.575 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งจะมีการเปิดเผยหลังจากตลาดปิดทำการ
ผลตอบแทนรายเดือน (มิถุนายน) และแนวโน้มหุ้น
บรรยากาศการซื้อขายในเดือนมิถุนายนเผชิญแรงกดดันและมีความผันผวนสูง โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มพลังงานที่ถูกเทขายอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มสาธารณูปโภคยังคงแข็งแกร่งและดีดตัวขึ้นสวนทางตลาด โดยบวกขึ้น 1.18% และ 1.05% ตามลำดับ
แนวโน้มของตลาดหุ้นยังคงเผชิญความกังวลจากการที่นักลงทุนคาดว่า เฟดภายใต้การนำของประธานคนใหม่ "เควิน วอร์ช" อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 2 ครั้งในปีนี้ (ครั้งละ 0.25% ในเดือนกันยายนและธันวาคม) เพื่อมุ่งเน้นการรักษาเสถียรภาพด้านราคาและควบคุมเงินเฟ้อ ส่งผลให้ทิศทางนโยบายการเงินมีแนวโน้มเข้มงวดมากกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์ไว้
ผลตอบแทนรายสัปดาห์ และปัจจัยต่างประเทศที่ต้องติดตาม
ปัจจัยสำคัญในต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนในรอบสัปดาห์นี้และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด มีดังนี้:
ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ: มาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญที่เฟดใช้พิจารณานโยบายการเงิน โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี PCE ทั่วไป (Headline PCE) เดือนพ.ค. จะปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 4.0% เมื่อเทียบรายปี (จาก 3.8% ในเดือนเม.ย.) และดัชนี PCE พื้นฐาน (Core PCE) จะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 3.4% เมื่อเทียบรายปี (จาก 3.3% ในเดือนเม.ย.)
สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบและช่องแคบฮอร์มุซ: ทิศทางราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผ่อนคลายลง หลังมีการคาดการณ์ว่าเรือบรรทุกน้ำมันจะสามารถสัญจรผ่านช่องแคบได้มากขึ้น จากการที่อิหร่านแจ้งต่อสหรัฐฯ ว่าจะไม่เรียกเก็บค่าผ่านทาง ค่าประกันภัย หรือค่าธรรมเนียมใด ๆ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
