งาน Future Mobility Thailand 2026 ร่วมพลิกอนาคตอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ผู้เข้าร่วมกว่า 3,500 ราย จาก 50 ประเทศ

ตลาดยังโต…แต่ไม่ได้โตในที่เดิม
เมื่อเกมยานยนต์กำลังเปลี่ยนกติกาทั้งระบบ
ธุรกิจในอุตสาหกรรมยานยนต์วันนี้ไม่ได้เจอแค่การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น แต่กำลังเจอการเปลี่ยนกติกาของทั้งตลาดพร้อมกัน สิ่งที่เคยเป็นจุดแข็งยังสร้างรายได้อยู่ แต่เริ่มไม่แน่ใจว่าจะพาไปได้ไกลแค่ไหน ขณะที่สิ่งใหม่ ๆ ที่กำลังเข้ามา ไม่ได้รอให้ทุกคนปรับตัวทันในเวลาเดียวกัน
เมื่อสินค้าเปลี่ยน วิธีซ่อมเปลี่ยน ช่องทางรายได้เปลี่ยน และคู่แข่งก็เปลี่ยนตาม สิ่งที่ธุรกิจต้องคิดไม่ใช่แค่จะขายอะไร แต่คือจะวางตำแหน่งตัวเองไว้ตรงไหนในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้
Future Mobility Thailand 2026 ถูกออกแบบมาในจังหวะสำคัญ เพื่อให้ผู้เล่นในอุตสาหกรรมได้เห็นภาพเดียวกันว่าตลาดกำลังขยับไปทางไหน และใครกำลังเริ่มได้เปรียบในรอบนี้
📌 ตลาดไม่ได้เปลี่ยนแค่สินค้า แต่กำลังเปลี่ยนทั้งสมการธุรกิจ
ตลาด Automotive Parts (ชิ้นส่วนยานยนต์) และ Aftermarket (ตลาดอะไหล่หลังการขาย) ไม่ได้เปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปอีกต่อไป แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างทั้งระบบพร้อมกัน
รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปยังคงอยู่ และยังสร้างความต้องการด้านอะไหล่ ซ่อมบำรุง และบริการหลังการขาย โดยเฉพาะในกลุ่ม Aging Fleet (รถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากขึ้น)
ขณะเดียวกัน การเติบโตของ Electric Vehicle หรือ EV (รถยนต์ไฟฟ้า), Hybrid, Advanced Driver Assistance Systems หรือ ADAS (ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง), Telematics (ระบบสื่อสารข้อมูลยานยนต์), Battery Management System หรือ BMS (ระบบจัดการแบตเตอรี่) และ Connected Services (บริการที่เชื่อมต่อข้อมูล) กำลังเปิดตลาดใหม่ที่ใช้วิธีคิดต่างจากธุรกิจเดิมอย่างชัดเจน
นี่คือเหตุผลที่ทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย อู่ซ่อม ไปจนถึงนักลงทุนต้องเริ่มขยับตั้งแต่ตอนนี้ เพราะจังหวะของตลาดรอบนี้ไม่ได้รอให้ทุกคนพร้อมพร้อมกัน
📌 ธีมงานที่สะท้อนโครงสร้างอุตสาหกรรม
From Aftermarket Parts Excellence to Future Global Mobility ไม่ใช่แค่ธีมการสื่อสาร แต่สะท้อนโครงสร้างของอุตสาหกรรมไทย
ฝั่งหนึ่งคือจุดแข็งเดิมในตลาด Aftermarket และ REM (Replacement Equipment Manufacturer: อะไหล่ทดแทน) ที่ไทยมีทั้งฐานการผลิต เครือข่ายซัพพลายเชน และความเชี่ยวชาญด้านบริการหลังการขาย
อีกฝั่งคือ Future Mobility ที่การแข่งขันขยายไปสู่ EV, Smart Mobility (ระบบการเดินทางอัจฉริยะ), AI, IoT (Internet of Things: อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง), Battery และ Charging Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟฟ้า)
โจทย์ของผู้ประกอบการจึงไม่ใช่การเลือกฝั่ง แต่คือการเชื่อมจุดแข็งเดิมให้ตอบโจทย์ตลาดใหม่ได้ทันจังหวะ
📌 3 การเปลี่ยนผ่านที่กำลังเกิดขึ้น
ตลาดเดิมยังอยู่ แต่กำไรไม่ได้มาจากวิธีเดิม การแข่งขันขยับจากราคาไปสู่ความสามารถ อู่ต้องรองรับระบบไฟฟ้า ผู้ผลิตต้องพัฒนาสินค้าที่รองรับหลายระบบ Distributor ต้องบริหารพอร์ตสินค้าให้สอดคล้องกับตลาดที่ซับซ้อนขึ้น
ตลาดใหม่ไม่ได้ขายแค่อะไหล่ แต่ขายความสามารถในการรองรับเทคโนโลยี EV และ Mobility Technology ทำให้ Battery, Charging, Sensors, Software และระบบอัจฉริยะเติบโตอย่างรวดเร็ว และทำให้ธุรกิจต้องขยับจาก Product Business ไปสู่ Solution Business
การเติบโตขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อมากกว่าการแข่งขันเดี่ยว ผู้ผลิตต้องเจอผู้ซื้อ Tech Company ต้องเชื่อมกับผู้ผลิต Distributor ต้องหา Partner ใหม่ และนักลงทุนต้องมองเห็น Supply Chain ทั้งระบบ
📌 เมื่อ Connection ต้องนำไปสู่ Business Outcome
Future Mobility Thailand 2026 ไม่ได้เป็นแค่ Exhibition (งานแสดงสินค้า) แต่เป็นแพลตฟอร์มที่รวมผู้เล่นทั้งระบบไว้ในที่เดียว ตั้งแต่ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้จัดจำหน่าย OEMs (Original Equipment Manufacturers: ผู้ผลิตรถยนต์) นักลงทุน Tech Company ไปจนถึงโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
Business Matching (การจับคู่ธุรกิจ) ถูกออกแบบให้เป็น Strategic Business Matching & VIP Networking โดยใช้ทั้ง Pre-Matching และ Targeted Matching ผู้เข้าร่วมสามารถระบุความต้องการทางธุรกิจล่วงหน้า และถูกจับคู่กับ Partner ที่ตรงกลุ่มจริง
ภายในงานจึงเป็นพื้นที่ที่การพบกันสามารถต่อยอดไปสู่ดีลธุรกิจได้
📌 งานที่สะท้อนบทบาทระดับภูมิภาค
ข้อมูลจากปีที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงบทบาทของงานในระดับภูมิภาค
ผู้เข้าร่วมกว่า 3,500 ราย จาก 50 ประเทศ
ผู้แสดงสินค้ากว่า 300 ราย
และโอกาสในการสร้างมูลค่าทางธุรกิจรวมมากกว่า 1.9 พันล้านบาท
📌 งานเดียวเห็นทั้ง Supply Chain
การจัดงานร่วมกับ INTERMACH, SUBCON Thailand, Plastics & Rubber Thailand และ Tyrexpo Asia Bangkok ทำให้ผู้เข้าร่วมสามารถเห็นภาพอุตสาหกรรมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในพื้นที่เดียว
📌 ไทยกับโอกาสในการเป็น Mobility Hub
ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของอาเซียน มีผู้ผลิตชิ้นส่วนกว่า 1,800 ราย ครอบคลุม Tier 1–3 และมี Supply Chain ที่ครบ
ขณะเดียวกัน การลงทุนใน EV, Battery, ADAS และเทคโนโลยีใหม่ รวมถึงการสนับสนุนจาก BOI (Board of Investment: สำนักงานส่งเสริมการลงทุน) กำลังผลักดันให้ไทยขยับไปสู่การเป็น Mobility Hub ของภูมิภาค
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งของโอกาสในอุตสาหกรรม
Future Mobility Thailand 2026 จึงไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับการนำเสนอสินค้า แต่เป็นจังหวะสำคัญในการมองภาพรวมอุตสาหกรรม และเชื่อมต่อกับผู้เล่นที่กำลังกำหนดทิศทางของตลาด
📌 ลงทะเบียนเข้าชมงานฟรี https://ers-th.informa-info.com/fmt26?cid=tnntech
📅 13–15 พฤษภาคม 2569
🕙 10:00 – 18:00 น.
📍 ฮอลล์ 99 | ไบเทค บางนา
🌐 www.futuremobilitythailand.com
#FMT2026 #FutureMobilityThailand
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
