รีเซต

Nuro ได้ไฟเขียวทดสอบ Lucid Gravity ไร้คนขับในแคลิฟอร์เนีย

Nuro ได้ไฟเขียวทดสอบ Lucid Gravity ไร้คนขับในแคลิฟอร์เนีย
TNN ช่อง16
7 พฤษภาคม 2569 ( 15:43 )

บริษัท Nuro ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจาก Uber ได้รับใบอนุญาตฉบับปรับปรุงใหม่จากกรมยานยนต์ (DMV) ในการทดสอบแท็กซี่ไร้คนขับรุ่น Lucid Gravity บนถนนในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับแผนการใหญ่ของ Uber ที่ตั้งเป้าจะนำรถยนต์ไร้คนขับจำนวน 100,000 คัน มาให้บริการในสหรัฐอเมริกา โดยในจำนวนนี้จะเป็นรถที่ใช้เทคโนโลยีการขับเคลื่อนอัตโนมัติของ Nuro มากถึง 35,000 คัน

ความสำเร็จดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยโฆษกของบริษัท Nuro ระบุว่าทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะสามารถเริ่มทดสอบระบบอัตโนมัติแบบเต็มรูปแบบได้ภายในปีนี้ 

ก่อนหน้านี้ การทดสอบรถยนต์ไฟฟ้า Lucid Gravity ในโหมดขับขี่อัตโนมัติของ Uber และ Nuro ยังคงต้องมีคนขับเพื่อควบคุมความปลอดภัย และจำกัดการให้บริการเฉพาะกลุ่มพนักงานของ Uber เท่านั้น

แต่สำหรับใบอนุญาตใหม่นี้ บริษัทจะสามารถทดสอบรถยนต์แบบไร้คนขับได้อย่างแท้จริง แบบที่ไม่มีคนขับเป็นมนุษย์ในห้องโดยสาร ภายใต้เงื่อนไขต้องใช้ความเร็วได้สูงสุดถึง 45 ไมล์ต่อชั่วโมง ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ครอบคลุมพื้นที่เขตซานตาคลาราและซานมาเตโอ

นอกจากในสหรัฐอเมริกาแล้ว Nuro ยังมีการนำแท็กซี่ไร้คนขับ Lucid ไปทดสอบในกรุงโตเกียว โดยมีคนขับสำรองคอยดูแลความปลอดภัยด้วยเช่นกัน แท็กซี่ไร้คนขับรุ่นนี้ได้ถูกเปิดตัวดีไซน์ไปเมื่องาน CES 2026 ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยเป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากรถครอสโอเวอร์ไฟฟ้าสามแถวรุ่น Lucid Gravity

ตัวรถอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย ทั้งระบบเซ็นเซอร์หลายตัว กล้องความละเอียดสูง เซ็นเซอร์ LiDAR เรดาร์ รวมถึงมีจอแสดงผล LED บนหลังคารถ โดยภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหรา  ผู้โดยสารสามารถควบคุมเบาะนั่งปรับอุณหภูมิได้ด้วยตัวเอง

ปัจจุบัน Nuro ถือเป็นผู้เล่นรายสำคัญในวงการยานยนต์ไร้คนขับที่ได้รับการสนับสนุนจากยักษ์ใหญ่อย่าง NVIDIA, Toyota และ Uber โดยก่อนหน้านี้ก็เพิ่งได้รับใบอนุญาตจัดส่งสินค้าไร้คนขับด้วยรถหุ่นยนต์ R3 Nuro Robot มาแล้วเช่นกัน

โดยการแถลงผลประกอบการล่าสุดของบริษัท Lucid มีการเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวบริการแท็กซี่ไร้คนขับภายในปีนี้ 

นอกจากนี้ Uber ยังได้อัดฉีดเงินทุนเพิ่มให้กับบริษัทสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 16,165 ล้านบาท และขยายยอดคำสั่งซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นจาก 20,000 คัน เป็น 35,000 คัน

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะสามารถเริ่มให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้จริง ทั้ง Nuro และ Uber ยังคงต้องดำเนินการขอใบอนุญาตสำหรับการให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชัน และใบอนุญาตการใช้งานจากกรมการขนส่งทางบกเพิ่มเติมให้เรียบร้อยเสียก่อน 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง