รีเซต

วิกฤตไฟป่า “อินโดนีเซีย” ทำควันพิษลามทั้งอาเซียน!

วิกฤตไฟป่า “อินโดนีเซีย”  ทำควันพิษลามทั้งอาเซียน!
TNN ช่อง16
18 กันยายน 2569 ( 11:30 )
6

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ ไฟป่าอินโดนีเซีย ภัยร้ายของอาเซียน!

 

โดยระบุว่า วิกฤตไฟป่าบนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2026 ทวีความรุนแรงมากที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ ส่งผลให้พื้นที่ป่าไม้และพื้นที่พรุได้รับความเสียหายกว่า 202,000 เฮกตาร์ หรือมากกว่า 1,262,500 ไร่ทั่วประเทศ สถานการณ์ไฟป่ายังนำไปสู่วิกฤตหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ข้ามพรมแดน หรือ Transboundary Haze โดยกระแสลมพัดพามลพิษปกคลุมหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย

 

สาเหตุของไฟป่า

ไฟป่าครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากปัจจัยด้านกิจกรรมของมนุษย์ ประกอบกับสภาพอากาศที่แห้งแล้งรุนแรง


สาเหตุสำคัญมาจากการเผาป่าเพื่อเคลียร์พื้นที่ทางการเกษตร หรือ Slash-and-burn โดยเกษตรกรและกลุ่มทุนอุตสาหกรรมลักลอบจุดไฟเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำสวนปาล์มน้ำมันและปลูกพืชเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นวิธีที่ประหยัดต้นทุน ขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญ หรือ Super El Niño และไดโพลมหาสมุทรอินเดียในระยะบวก หรือ Positive IOD ส่งผลให้สภาพอากาศแห้งแล้งรุนแรงกว่าปีก่อน และทำให้ฤดูฝนล่าช้าออกไปจนถึงช่วงปลายเดือนตุลาคมหรือพฤศจิกายน จึงกลายเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการเกิดและการลุกลามของไฟป่า


อีกปัจจัยสำคัญคือ ลักษณะพื้นที่ป่าพรุ หรือ Peatland ซึ่งมีชั้นพีทสะสมอยู่ใต้ดินเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดไฟไหม้ ไฟสามารถคุกรุ่นอยู่ใต้ดินและดับได้ยาก ทำให้สามารถลุกไหม้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 

ผลกระทบจากวิกฤตไฟป่า

ด้านสาธารณสุข ประชาชนในอินโดนีเซียมากกว่า 12.5 ล้านคนได้รับผลกระทบจากการสูดดมหมอกควันพิษ ขณะที่พบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจเฉียบพลันมากกว่า 113,000 ราย และกว่า 20% เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ส่วนในมาเลเซียพบผู้ป่วยโรคหอบหืดเพิ่มขึ้นถึง 259%

 

ด้านการศึกษา โรงเรียนจำนวนมากในอินโดนีเซียและรัฐซาราวักของมาเลเซียต้องประกาศปิดเรียนชั่วคราว และปรับรูปแบบการเรียนการสอนไปเป็นระบบออนไลน์ เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน 


ด้านสิ่งแวดล้อมและการปล่อยคาร์บอน การเผาไหม้พื้นที่ป่าพรุทำให้ก๊าซเรือนกระจกและคาร์บอนถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศมากกว่า 19 ล้านเมตริกตันภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน พร้อมสร้างความเสียหายต่อความหลากหลายทางชีวภาพและถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ เช่น ลิงอุรังอุตัง


ขณะที่ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนยังส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกลายเป็นประเด็นที่สร้างความตึงเครียดภายในกลุ่มอาเซียน โดยมาเลเซียและสิงคโปร์เรียกร้องให้รัฐบาลอินโดนีเซียเร่งบังคับใช้กฎหมายและดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง

 

วิกฤตไฟป่าอินโดนีเซียจึงไม่ได้เป็นเพียงปัญหาภายในประเทศ แต่เป็นภัยสิ่งแวดล้อมที่สามารถส่งผลกระทบข้ามพรมแดน ทั้งต่อคุณภาพอากาศ สุขภาพประชาชน ระบบนิเวศ และสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง