นักวิจัยฝรั่งเศสไขปริศนา “มหาสมุทรแอตแลนติก” ร้อนผิดปกติ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มหาสมุทรแอตแลนติกเผชิญอุณหภูมิผิวน้ำที่สูงเป็นประวัติการณ์ จนเกิดคำถามสำคัญว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของคลื่นความร้อนทางทะเลที่รุนแรงนี้ แม้หลายฝ่ายจะชี้ไปที่การลดมลพิษกำมะถันจากเรือเดินสมุทร แต่การศึกษาล่าสุดของนักวิจัยฝรั่งเศสกลับชี้ว่า ภาพความจริงอาจซับซ้อนกว่านั้นมาก
ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา อุณหภูมิผิวน้ำในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องทุกปี โดยเฉพาะช่วงปี 2020–2024 ที่อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างชัดเจน หนึ่งในปัจจัยที่ถูกจับตามองคือกฎระเบียบใหม่ขององค์การการเดินเรือระหว่างประเทศ (IMO2020) ที่ลดปริมาณกำมะถันในเชื้อเพลิงเรือจาก 3.5% เหลือ 0.5% ส่งผลให้การปล่อยกำมะถันเหนือมหาสมุทรลดลงถึง 80% ภายในเวลาเพียงสามปี
ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์บางส่วนเชื่อว่า การลดมลพิษกำมะถันอาจเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้มหาสมุทรร้อนขึ้น เพราะละอองกำมะถันในบรรยากาศมีบทบาทสะท้อนแสงอาทิตย์ ช่วยลดความร้อนของโลก อย่างไรก็ตาม งานวิจัยใหม่โดยนักวิทยาศาสตร์จาก Météo-France พบว่า ผลกระทบของมาตรการนี้มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
การศึกษาระบุว่า การลดมลพิษจากเรือทำให้เกิดแรงบังคับรังสีเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย และทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 0.05°C ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับภาวะโลกร้อนรวมที่เพิ่มขึ้นถึง 0.27°C ระหว่างปี 2015–2024 นักวิจัยย้ำว่า ปัจจัยนี้เป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ ของปัญหา และไม่สามารถอธิบายความรุนแรงของคลื่นความร้อนในปี 2023 ได้
งานวิจัยชี้ว่า สาเหตุหลักยังคงมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากกิจกรรมมนุษย์ รวมถึงความแปรปรวนตามธรรมชาติของระบบภูมิอากาศ และสภาพมหาสมุทรก่อนเกิดเหตุการณ์ เช่น การแบ่งชั้นของน้ำทะเล
นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์ยังเตือนว่า การนำกำมะถันกลับเข้าสู่บรรยากาศเพื่อชะลอโลกร้อน ซึ่งเป็นแนวคิดด้าน geoengineering ไม่ใช่คำตอบ เพราะไม่สามารถแก้ปัญหาการเป็นกรดของมหาสมุทร การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ หรือผลกระทบต่อสุขภาพมนุษย์ได้
งานวิจัยใหม่ชี้ว่า การลดมลพิษจากเรือมีส่วนเพียงเล็กน้อยต่อความร้อนผิดปกติของมหาสมุทรแอตแลนติก ขณะที่สาเหตุหลักยังคงเป็นภาวะโลกร้อนจากมนุษย์ เรื่องนี้ตอกย้ำว่า การลดก๊าซเรือนกระจกยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการรับมือวิกฤตภูมิอากาศโลก
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
