นายกฯ เตรียมถก สมช. รับมือภัยไซเบอร์ วิกฤตตะวันออกกลาง

รัฐบาลเตรียมยกระดับการรับมือภัยคุกคามด้านความมั่นคง ทั้งการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อระบบบริการสำคัญของประเทศ ตลอดจนความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดเป็นประธานการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์และพิจารณาแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
การประชุมครั้งนี้ยังครอบคลุมประเด็นความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา และไทย–เมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่หน่วยงานด้านความมั่นคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลจะนำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณามาตรการดูแลความปลอดภัยและผลประโยชน์ของประเทศในภาพรวม
จับตาภัยไซเบอร์ กระทบระบบบริการสำคัญ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่คาดว่าจะเข้าสู่การหารือของ สมช. คือภัยคุกคามทางไซเบอร์ หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในหลายภาคส่วน รวมถึงกรณีที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของคลังเลือดและธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับระบบบริการและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
การหารือจะมุ่งพิจารณาแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือภัยคุกคามดังกล่าว โดยเฉพาะการติดตามความเสี่ยง การประเมินผลกระทบ และการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถดำเนินมาตรการป้องกันและรับมือได้อย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ ยังต้องติดตามว่าที่ประชุมจะมีข้อสั่งการเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยกระดับมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศหรือไม่
สมช. จัดทำ 4 ฉากทัศน์ รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พลเอกชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เชิญผู้แทนหน่วยงานด้านความมั่นคงและภาควิชาการเข้าร่วมหารือ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและประเมินแนวโน้มสถานการณ์ความมั่นคงระหว่างประเทศ โดยให้ความสำคัญกับวิกฤตในภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
การหารือดังกล่าวมีการจัดทำแนวทางประเมินสถานการณ์ออกเป็น 4 ฉากทัศน์ เพื่อรองรับความเป็นไปได้ของวิกฤตในรูปแบบต่าง ๆ และเตรียมมาตรการรับมือให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง
นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ ศปก.สมช. เพื่อทำหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงสนับสนุนการประสานงานระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง หากเกิดสถานการณ์ที่จำเป็นต้องดำเนินมาตรการเร่งด่วน
เสนอจัดตั้งคลังสำรองอาหาร เสริมความมั่นคงประเทศ
อีกหนึ่งแนวทางที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคือข้อเสนอจัดตั้งคลังสำรองอาหารของประเทศ เพื่อเพิ่มความพร้อมรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางอาหารและห่วงโซ่อุปทาน
แนวคิดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรอาหารที่จำเป็น หากสถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศส่งผลกระทบต่อระบบการขนส่ง การค้า และการกระจายสินค้า ซึ่งอาจกระทบต่อการจัดหาอาหารภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งคลังสำรองอาหารยังอยู่ในขั้นข้อเสนอ โดยต้องรอการพิจารณารายละเอียดและแนวทางดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนกำหนดมาตรการอย่างเป็นทางการ
ติดตามชายแดนไทย–กัมพูชา และไทย–เมียนมา
นอกเหนือจากภัยคุกคามทางไซเบอร์และวิกฤตตะวันออกกลางแล้ว คาดว่าที่ประชุม สมช. จะหารือสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา และไทย–เมียนมา เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัยของประชาชนและความมั่นคงของประเทศ
การพิจารณาจะครอบคลุมข้อมูลสถานการณ์จากหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ตลอดจนแนวทางประสานการปฏิบัติงานเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง
ทั้งนี้ การประชุม สมช. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญในการกำหนดแนวทางรับมือความเสี่ยงด้านความมั่นคงของรัฐบาล โดยต้องติดตามผลการประชุมในช่วงบ่ายว่าจะมีข้อสั่งการหรือมาตรการเพิ่มเติมในประเด็นภัยไซเบอร์ สถานการณ์ตะวันออกกลาง และความมั่นคงตามแนวชายแดนอย่างไร
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
