"เอกนิติ"ยันรัฐบาลใหม่รักษาวินัยการคลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากรายงานฟิทช์ เรทติงส์ (Fitch Ratings) ที่เผยเเพร่วันที่ 10 ก.พ.2569 ระบุถึงการประเมินผลการเลือกตั้งไทยสะท้อนความต่อเนื่องนโยบายจากรัฐบาลพรรคภูมิใจไทย ว่าแม้จะตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ แต่ปัจจัยสำคัญที่กำหนด “อันดับความน่าเชื่อถือของประเทศ” (Sovereign Rating) ระยะต่อไป คือ นโยบายเศรษฐกิจและการคลังของรัฐบาลชุดใหม่
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลรักษาการยังคงทำงานต่อเนื่องระหว่างรอการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
โดยรัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจบนพื้นฐานในการรักษาวินัยการเงินการคลัง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นภายใต้การจับตามองของจากต่างชาติ
วันนี้ทุกคนรู้ว่าประเทศต้องเน้นการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ และที่สำคัญต้องอยู่บนวินัยการเงินการคลัง เพราะขณะนี้ต่างชาติกำลังจับตามองทิศทางของไทย ซึ่งเราขอยืนยันว่าจะไม่ดำเนินนโยบายในลักษณะประชานิยม
ด้านนายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว โดยปีที่ผ่านมาเติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2.2 และไตรมาส 4 ขยายตัวมากกว่าร้อยละ 1.8 สูงกว่าที่เคยกังวล สำหรับปี 2569 แม้ธนาคารโลกคาดโตร้อยละ 1.6 และคลังประเมินไว้ที่ร้อยละ 2 แต่รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันให้เศรษฐกิจกลับสู่ระดับศักยภาพ 3
นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ข้อสังเกตในรายงานของฟิทช์ เรทติ้งส์ล่าสุดไม่น่ากังวลนักเพราะแนวโน้มการตั้งรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคเดิม รวมทั้งวางตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นคนเดิม
ดังนั้นจึงเชื่อว่าการขับเคลื่อนแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) ปี 2570-2573 ในการพยายามลดขาดดุลทางการคลังให้ไม่เกินร้อยละ 3 ของ GDP ภายในปี 2572 และควบคุมหนี้สาธารณะไม่เกินร้อยละ 70 ของ GDP จะทำได้ตามแผน
หากรัฐบาลทำได้ตามกรอบการคลังระยะปานกลางที่วางไว้คำเตือนของสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือก็ไม่น่ากังวล และยังเป็นไปได้ที่ไทยจะได้รับการปรับมุมมองกลับเป็น Stable