I2 รับทรัพย์ 185 ล้าน! คว้างานโซลาร์หมอชิต–แบตเตอรีสมุย

#ทันหุ้น - บมจ.ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ (I2) คว้างานใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 185.78 ล้านบาท ในโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ(จตุจักร) จาก บขส. และโครงการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แบบเคลื่อนที่ได้ (Movable BESS) บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี จาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ผ่านบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA ENCOM) ภายใต้กิจการค้าร่วม KBD-ESM-I2
นายอธิพร ลิ่มเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ ทู เอ็นเตอร์ไพรซ์ จำกัด (มหาชน) (I2) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ลงนามสัญญากับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ในโครงการบริหารจัดการพลังงานด้วยระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Rooftop) พื้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) มูลค่า 162 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีระยะดำเนินการติดตั้ง 300 วัน และมีอายุสัญญา 25 ปี
ทั้งนี้ I2 จะดำเนินการในฐานะผู้ลงทุน ทั้งการสำรวจ ออกแบบ ก่อสร้าง ติดตั้ง บริหารจัดการ และบำรุงรักษา (O&M) โดยมีกำลังการผลิตและติดตั้งไม่น้อยกว่า 1,600 กิโลวัตต์พีค (kWp) ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าในระยะยาว สนับสนุนภาพลักษณ์ขององค์กรด้านการอนุรักษ์พลังงาน รวมถึงบริษัทฯ จะได้รับสิทธิ์ในคาร์บอนเครดิตที่เกิดจากโครงการ ตามสัดส่วนที่ระบุในสัญญากับ บขส.
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ลงนามในสัญญากิจการค้าร่วมระหว่าง เคบีดี-อีเอสเอ็ม-ไอทู (Consortium KBD-ESM-I2) กับ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม สมาร์ท โซลูชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA ENCOM) ในโครงการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่แบบเคลื่อนที่ได้ (Movable BESS) บนเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี มูลค่า 396.35 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยบริษัทฯ รับผิดชอบในสัดส่วน 6% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 23.78 ล้านบาท
โดยโครงการดังกล่าว ถือเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดในพื้นที่เกาะสมุย ซึ่งเป็นส่วนในการช่วยเสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้า รองรับการใช้ไฟที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของนักท่องเที่ยว โดยเก็บไฟช่วงกลางคืนที่มีต้นทุนต่ำและจ่ายช่วงกลางวันไม่น้อยกว่า 20,000 หน่วยต่อวัน ช่วยลดปัญหาความต้องการไฟฟ้าสูงสุด (Peak) ลดภาระสายเคเบิลใต้น้ำ ยืดอายุการใช้งานสาย ลดการพึ่งพาเครื่องกำเนิดไฟฟ้าดีเซล และลดมลภาวะบนเกาะ
“การได้รับงานในครั้งนี้สะท้อนศักยภาพของบริษัทฯ ในการขยายธุรกิจด้านพลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงความไว้วางใจจากคู่ค้าทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ การได้งานใหม่ช่วยต่อยอดงานในมือ (Backlog) ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่า 787 ล้านบาท และสนับสนุนการเติบโตของรายได้ ในระยะกลางและระยะยาว” นายอธิพร กล่าว
นอกจากนี้ สำหรับช่วงที่เหลือของปี บริษัทฯ ยังคงเข้าร่วมการประมูลโครงการทั้งภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ มูลค่ารวมประมาณ 1,150 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นโครงการที่สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของบริษัทฯ เพื่อให้สามารถส่งมอบผลงานที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของลูกค้า โดยเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ มายาวนาน และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้าจะเป็น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถคว้างานใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ กับพอร์ตงาน ในอนาคต อีกทั้งยังช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานปี 2569 เติบโต 20% ตามเป้าหมายที่วางไว้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
