กมธ.การสวัสดิการ เห็นควรแก้ไข พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ช่วยลดภาระพึ่งพิงวัยแรงงาน

กมธ.การสวัสดิการ เห็นควรแก้ไข พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ช่วยลดภาระพึ่งพิงวัยแรงงาน
มติชน
16 ธันวาคม 2563 ( 11:40 )
20
กมธ.การสวัสดิการ เห็นควรแก้ไข พ.ร.บ. ผู้สูงอายุ ช่วยลดภาระพึ่งพิงวัยแรงงาน

เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 16 ธันวาคม ที่รัฐสภา น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฏร พร้อมคณะกรรมาธิการ แถลงข่าวกรณีบำนาญฟื้นฟูแห่งชาติ ว่า กมธ. เล็งเห็นถึงความสำคัญของการวางรากฐานระบบบำนาญของประเทศไทยให้มีความยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักประกันทางสังคมที่ภาครัฐจะต้องจัดให้มีขึ้นเพื่อให้ประชาชนมีความมั่นคงในชีวีต จึงเห็นควรว่าควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ.2564 ให้สอดคล้องกับเจตนาของประชาชน โดยมุ่งหมายให้มีการจัดบำนาญพื้นฐานแห่งชาติเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานแบบถ้วนหน้า ที่ประชากรสัญชาติไทยทุกคนที่มีอายุถึงเกณฑ์ที่กำหนดมีสิทธิได้รับทุกคน สิทธิดังกล่าวมีเพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้ที่เพียงพอในการดำรงชีพหลังเกษียณอายุ กมธ. เห็นว่าหากผู้สูงอายุมีหลักประกันรายได้ยามชราที่มั่นคงก็จะช่วยลดภาระพึ่งพิงวัยแรงงาน และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจทางอ้อมผ่านการใช้จ่ายของกลุ่มประชากรเกษียณอายุ

 

น.ส.รังสิมากล่าวอีกว่า โดย กมธ.การสวัสดิการสังคม ได้พิจารณาศึกษาแนวทางในการวางระบบและเสนอกฎหมายบำนาญแห่งชาติหลายครั้งและเห็นว่า บำนาญพื้นฐานแห่งชาติควรจะมีการบริหารงานในรูปแบบ กองทุนซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาด้านงบประมาณที่เป็นภาระของรัฐ เนื่องจากกองทุนมีรูปแบบการบริหารจัดการที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถนำเงินไปลงทุนในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เกิดผลกำไรขึ้นได้ ซึ่งปัจจุบันมีกองทุนผู้สูงอายุ ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2564 การปรับแก้ไขพระราชบัญญัติผู้สูงอายุจึงเป็นแนวทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด

 

“ซึ่งการแก้ไขพ.ร.บ.ดังกล่าวจะมีการเปลี่ยนชื่อเป็นพ.ร.บ.ผู้สูงอายุและบำนาญแห่งชาติ พร้อมทั้งแก้ไขให้เบี้ยผู้สูงอายุเป็นบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ และแก้ไขที่มาของเงินในกองทุนผู้สูงอายุ เพื่อให้รับเงินได้มากขึ้น โดยเพิ่มเติมที่มาของเงินเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาด้านงบประมาณ นอกจากนี้ ต้องพิจารณาแนวทางความเป็นไปได้ในการจัดสรรงบประมาณจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม เช่น รายได้จากการจัดเก็บภาษีทางอ้อม การจัดสรรงบประมาณบางส่วนจากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตหรือภาษีบาป การจัดสรรงประมาณจากรายได้ในการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล และรายได้จากการบริจาค เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากนี้ทาง กมธ.จะจัดทำเป็นเล่มรายงานผลการพิจารณาศึกษา เสนอต่อสภาเพื่อดำเนินการต่อไป” น.ส.รังสิมากล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง