ทรัมป์ขู่โจมตี “โอมาน” หากช่วยอิหร่านคุมฮอร์มุซ แม้เป็นพันธมิตรสหรัฐฯ กว่า 200 ปี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่าเขาอาจใช้กำลังทางทหารกับโอมาน หากโอมานที่แม้จะเป็นพันธมิตรของสหรัฐฯ ร่วมมือกับอิหร่านในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ทรัมป์กล่าวระหว่างร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ (27 พฤษภาคม) หลังจากมีผู้สื่อข่าวถามทรัมป์เกี่ยวกับแนวคิดที่ว่า โอมานและอิหร่านอาจร่วมกันกำกับดูแลการค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ทั้งอิหร่านและโอมานมีอาณาเขตร่วมกัน ทรัมป์ตอบกลับพร้อมถ้อยคำที่ถูกมองว่าเป็นการข่มขู่แบบไม่เป็นทางการว่า “จะไม่มีใครได้ควบคุมฮอร์มุซเพราะเป็นน่านน้ำสากล และโอมานก็ต้องทำตัวเหมือนประเทศอื่น ๆ ไม่อย่างนั้นสหรัฐฯ ก็คงต้องถล่มพวกเขา”
ในช่วงแรกมีการคาดเดาว่า ทรัมป์อาจพูดผิดและตั้งใจจะพูดถึง “อิหร่าน” แทน “โอมาน” แต่ต่อมากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แชร์คลิปคำพูดดังกล่าวลงโซเชียลมีเดีย พร้อมเผยแพร่ข้อความถอดคำพูดที่ระบุชื่อ “โอมาน” อย่างชัดเจน จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามที่ทรัมป์ข่มขู่พันธมิตรในตะวันออกกลางต่อหน้าสื่อเช่นนี้
ตลอดวเวลาที่ผ่านมา โอมานซมีภาพลักษณ์เป็นประเทศวางตัวเป็นกลางและไม่เคยประกาศว่าต้องการร่วมกับอิหร่านในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ อีกทั้งสหรัฐฯ และโอมานยังถือเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกันมายาวนานกว่า 200 ปี โดยทั้งสองประเทศมีข้อตกลงความร่วมมือหลายด้าน ทั้งด้านความมั่นคง ข้อตกลงการค้าเสรี รวมถึงความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โอมานยังมีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เพื่อหาทางยุติสงครามที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
อัลจาซีรา รายงานว่าคำขู่ของทรัมป์ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการพึ่งพาอำนาจทางทหารมากขึ้นในนโยบายต่างประเทศของเขา ซึ่งมักถูกเรียกว่า “การทูตเรือปืน” หรือ Gunboat Diplomacy ซึ่งในเวลาต่อมามีนักวิจารณ์จำนวนมากออกมาตำหนิคำพูดของทรัมป์ว่าเป็นการกระทำที่อันตรายและไร้ความรับผิดชอบที่เสี่ยงยกระดับสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และประเทศในตะวันออกกลสง
ด้าน ราเอ็ด จาร์ราร์ ผู้อำนวยการฝ่ายรณรงค์ขององค์กรสิทธิมนุษยชน DAWN ในสหรัฐฯ เปรียบเทียบคำพูดของทรัมป์ว่าเหมือน “หัวหน้าแก๊งมาเฟีย” เขากล่าวกับอัลจาซีราว่า กฎบัตรสหประชาชาติห้ามการข่มขู่ใช้กำลังกับรัฐใด ๆ และข้อห้ามนั้นก็มีผลผูกพันกับสหรัฐฯ เช่นเดียวกับทุกประเทศ
จาร์ราร์ ยังกล่าวอีกว่าการที่ทรัมป์ขู่จะ “ถล่ม” ประเทศอาหรับ เพียงเพราะน่านน้ำของประเทศนั้นอยู่บนเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สหรัฐฯ ต้องการเปิดใช้งานอีกครั้ง เป็นตรรกะแบบไร้กฎหมายเดียวกับที่นำไปสู่สงครามเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ และยังเป็นสัญญาณชัดเจนว่าข้อตกลงหยุดยิงใด ๆ ที่รัฐบาลนี้เป็นฝ่ายเจรจาจะอยู่ได้ก็จนกว่าประธานาธิบดีจะอารมณ์เสียอีกครั้งในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งต่อๆไป
อย่างไรก็ตาม คำขู่ของทรัมป์เกิดขึ้นหลังสถานีโทรทัศน์ของรัฐอิหร่านรายงานเกี่ยวกับกรอบบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างสองประเทศ รายงานดังกล่าวอ้างว่าร่างข้อตกลงนี้จะทำให้อิหร่านและโอมานร่วมกันบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซ แต่รัฐบาลทรัมป์ปฏิเสธทันที โดยเรียกรายงานนี้ว่า “เป็นเรื่องแต่งทั้งหมด”
ทั้งนี้ ระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรี ทรัมป์ยังย้ำข้อเรียกร้องให้ประเทศอาหรับ รวมถึงซาอุดีอาระเบียและกาตาร์ สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับอิสราเอล เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงหยุดยิงในอนาคตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน เพราะก่อนหน้านี้ในสมัยดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรอบแรก ทรัมป์เคยมีบทบาทผลักดัน “Abraham Accords” เพื่อส่งเสริมให้ประเทศอาหรับหลายชาติสร้างความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับอิสราเอล และในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การผลักดันให้ประเทศอาหรับฟื้นสัมพันธ์กับอิสราเอลก็กลับมาเป็นหนึ่งในวาระสำคัญของทรัมป์อีกครั้ง โดยเขาขู่ว่าอาจถอนตัวจากการเจรจา หากไม่มีประเทศอาหรับเข้าร่วมเพิ่ม
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
