รีเซต

เจาะลึกแผนการ 3 ระยะนาซาสร้างฐานดวงจันทร์กินพื้นที่ขนาดหลายร้อยตารางไมล์

เจาะลึกแผนการ 3 ระยะนาซาสร้างฐานดวงจันทร์กินพื้นที่ขนาดหลายร้อยตารางไมล์
TNN ช่อง16
27 พฤษภาคม 2569 ( 16:48 )

วันที่ 27 พฤษภาคม องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (NASA) ได้เปิดเผยแผนการครั้งใหญ่ในการสร้างฐานทัพบนดวงจันทร์สำหรับมนุษย์ในช่วงทศวรรษหน้าผ่านโครงการ Artemis การเปิดเผยแผนการครั้งนี้นำเสนอโดย คาร์ลอส การ์เซีย-กาแลน (Carlos García-Galán) ผู้จัดการโครงการ Moon Base ของนาซา โดยฐานทัพบนดวงจันทร์แห่งนี้จะครอบคลุมพื้นที่กว้างถึงหลายร้อยตารางไมล์ เพื่อมุ่งสู่การตั้งถิ่นฐานแบบถาวรบนดวงจันทร์

สาเหตุที่ฐานทัพต้องมีขนาดใหญ่ราวกับเมือง ฐานทัพดังกล่าวจะถูกสร้างขึ้นบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ (Lunar South Pole) เนื่องจากเป็นบริเวณที่เชื่อว่ามีน้ำแข็งจำนวนมากสะสมอยู่ตามก้นหลุมอุกกาบาตที่อยู่ในเงามืดมานานนับพันล้านปี
 
อย่างไรก็ตาม ขนาดพื้นที่อันกว้างขวางนี้ไม่ได้เป็นความตั้งใจแรกเริ่ม แต่เกิดขึ้นจากความจำเป็นในการวางผังเมือง โดยนูจูด เมอรันซี (Nujoud Merancy) หัวหน้าสถาปนิกของโครงการอธิบายว่า "เนื่องจาก ไม่มีพื้นที่จุดใดจุดหนึ่งบนขั้วใต้ที่สามารถตอบสนองทั้งความต้องการทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการอยู่อาศัยได้พร้อมๆ กัน เช่น ที่พักอาศัย (Habitats) จำเป็นต้องตั้งอยู่บนยอดเขาเพื่อให้ได้รับแสงอาทิตย์ ในขณะที่ระบบพลังงานนิวเคลียร์จะต้องตั้งอยู่ห่างออกไปอย่างน้อย 1 กิโลเมตรเพื่อป้องกันอันตรายจากกัมมันตภาพรังสี ส่งผลให้รูปแบบของฐานทัพขยายตัวออกไปคล้ายกับการสร้างเมือง"

โดรนกระโดด (MoonFall Drones) และรถสำรวจ (LTVs) รุ่นใหม่

เนื่องจากนักวิทยาศาสตร์ยังมีข้อมูลเกี่ยวกับบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ไม่มากนัก NASA จึงเตรียมใช้เครื่องมือใหม่ ๆ เข้ามาช่วย ได้แก่

1. โดรน MoonFall โดรนหุ่นยนต์ขนาดเล็กที่สามารถกระโดดไปมาได้ จะถูกส่งไปสำรวจพื้นที่ล่วงหน้าก่อนการก่อสร้างฐานทัพ และยังอาจนำมาใช้ประทับจุดที่มุมต่างๆ เพื่อกำหนดขอบเขตอาณาเขตของฐานทัพได้อีกด้วย โดรนชุดแรกจำนวน 3-4 ลำจะถูกส่งไปยังดวงจันทร์ในปี 2028 ผ่านยานลงจอดของบริษัท Firefly Aerospace ภายใต้สัญญาจ้างมูลค่า 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

2. รถสำรวจ LTVs (Lunar Terrain Vehicles) นาซาได้มอบสัญญาให้แก่บริษัท Astrolab มูลค่า 219 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และบริษัท Lunar Outpost มูลค่า 220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างรถสำรวจขนาดใหญ่ที่ทำงานแบบอัตโนมัติได้ 

รถคันนี้สามารถลงจอดล่วงหน้าและถูกควบคุมระยะไกลจากพื้นโลกก่อนที่นักบินอวกาศจะเดินทางไปถึง โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมีรถสำรวจอย่างน้อย 1 คันปฏิบัติงานอยู่บนดวงจันทร์ก่อนเริ่มภารกิจ Artemis 4 ในช่วงปลายปี 2028 รถสำรวจทั้งสองคันนี้จะถูกขนส่งไปพร้อมกับยานลงจอด Blue Moon ของบริษัท Blue Origin มูลค่าสัญญาละ 234 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โครงการ 3 ระยะของสถานี Moon Base  นาซาได้วางแผนงานในการก่อสร้างฐานทัพไว้ 3 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 ปัจจุบัน - 2029) รวบรวมข้อมูลเชิงลึกและสร้างความมั่นใจในการเดินทางเข้าสู่พื้นผิวดวงจันทร์อย่างน่าเชื่อถือ

ระยะที่ 2 ปี 2029 - 2032) นาซาเริ่มจัดเตรียมขีดความสามารถและโครงสร้างพื้นฐานในการปฏิบัติงานเบื้องต้น

ระยะที่ 3 ปี 2032 เป็นต้นไป นาซาต้องการบรรลุเป้าหมายการมีลูกเรือประจำการบนดวงจันทร์แบบกึ่งถาวร การแข่งขันกับประเทศจีนและบริบททางภูมิรัฐศาสตร์ การเร่งดำเนินโครงการนี้ยังมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการที่ประเทศจีนเองก็มีแผนสร้างฐานทัพบนดวงจันทร์เช่นกัน โดยจีนตั้งเป้าส่งนักบินอวกาศของตนไปลงจอดครั้งแรกในปี 2030

ทางด้านจาเร็ด ไอแซคแมน (Jared Isaacman) ผู้บริหารของนาซาเน้นย้ำว่า "เป็นสิ่งสำคัญมากที่สหรัฐอเมริกาจะต้องไปถึงก่อน (จีนและรัสเซีย) เพื่อเป็นผู้กำหนดบรรทัดฐานของพฤติกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อสนธิสัญญาอวกาศ (Outer Space Treaty) บนดวงจันทร์ และแสดงความเคารพต่อการจัดการทรัพย์สินของชาติอื่น ๆ บนพื้นที่ดวงจันทร์ด้วยเช่นกัน"

สำหรับความคืบหน้าของโครงการ Artemis ในปัจจุบันถือว่าประสบความสำเร็จไปแล้ว 2 ภารกิจ โดยในภารกิจ Artemis 2 เมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่งมีการส่งนักบินอวกาศ 4 คน เดินทางไปโคจรรอบดวงจันทร์ได้สำเร็จ

ส่วนภารกิจถัดไปอย่าง Artemis 3 ซึ่งจะมีการทดสอบการเชื่อมต่อยานอวกาศเหนือวงโคจรของโลก มีกำหนดเตรียมปล่อยตัวในช่วงกลางปี 2027 

จาเร็ด ไอแซคแมน (Jared Isaacman) ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า "ฐานทัพดวงจันทร์จะเป็นด่านหน้าแห่งแรกของอเมริกาและของมนุษยชาติบนโลกแห่งสรวงสวรรค์ดวงอื่น" 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง