รีเซต

รัสเซียระดมยิงขีปนาวุธถล่มยูเครนมากที่สุดตั้งแต่เริ่มปี 2026 โจมตีโครงสร้างพลังงาน

รัสเซียระดมยิงขีปนาวุธถล่มยูเครนมากที่สุดตั้งแต่เริ่มปี 2026 โจมตีโครงสร้างพลังงาน
TNN ช่อง16
4 กุมภาพันธ์ 2569 ( 15:00 )
18

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนเปิดเผยว่าในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมารัสเซียได้เปิดฉากโจมตีด้วยชุดขีปนาวุธที่มีจำนวนมากที่สุดตั้งแต่เข้าสู่ในปี 2026 ที่ประกอบด้วยขีปนาวุธมากกว่า 70 ลูก และโดรนกว่า 450 ลำ แต่ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนสามารถสกัดขีปนาวุธได้เพียง 38 ลูกเท่านั้น โดยมุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นที่ด้านพลังงานของยูเครน ในขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับความหนาวเหน็บด้วยอุณภูมิ -20 องศาเซลเซียส

เซเลนสกี กล่าวด้วยว่า ยูเครนกำลังรอท่าทีจากฝั่งสหรัฐฯ ต่อการโจมตีของรัสเซียที่เกิดขึ้นอย่างหนักในชั่วข้ามคืน โดยเซเลนสกีให้เหตุผลว่าเพราะข้อเสนอของสหรัฐฯ และคำเรียกร้องของประธานธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ทั้งสองฝ่ายหยุดโจมตีในช่วงฤดูหนาว แต่รัสเซียกลับตอบสนองต่อคำขอของประธานาธิบดีทรัมป์ด้วยการใช้ขีปนาวุธโจมตียูเครนในระดับเป็นสถิติเช่นนี้ทั้งที่การหยุดยิงยังไม่ถึงสี่วัน 

นอกจากนี้ เซเลนสกีกล่าวเพิ่มเติมว่ายูเครนถูกคาดหวังให้ทำข้อตกลงเพื่อยุติการโจมตีตอบโต้กับรัสเซีย แต่ก็เป็นหน้าที่ของรัสเซียที่จะต้องยุติการรุกรานด้วยเช่นกัน อีกทั้งเขายังวิจารณ์ว่ารัสเซียเลือกความหวาดกลัวและการยกระดับสงคราม มากกว่าการทูตเพื่อยุติสงครามครั้งนี้ โดยเขายังเรียกร้องให้มีชาติพันธมิตรของยูเครนเพิ่มแรงกดดันในระดับสูงสุดต่อรัสเซียด้วย 

เช่นเดียวกับฝั่งบริษัทพลังงานเอกชนรายใหญ่ที่สุดของยูเครนอย่าง DTEK ที่ออกมายืนยันว่ารัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธจำนวนมากจนสร้างความเสียหายให้กับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนและทำให้บ้านพักอาศัยของประชาชนมากกว่า 1,000 หลังในกรุงเคียฟไม่มีไฟฟ้าใช้ โดย DTEK ระบุด้วยว่าโรงงานผลิตและระบบส่งจ่ายไฟฟ้าตกเป็นเป้าการโจมตี แม้ว่าก่อนหน้านี้รัสเซียยืนยันว่าจะหยุดการโจมตีชั่วคราวในช่วงฤดูหนาวก็ตาม

ขณะที่ แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่าประธานาธิบดีทรัมป์ไม่ได้รู้สึกเแปลกใจกับการโจมตีครั้งล่าสุดของรัสเซียต่อยูเครนหลังจากที่ได้แจ้งประเด็นดังกล่าวรวมถึงคำร้องจากผู้นำยูเครนถึงท่าทีของสหรัฐฯ ให้ทรัมป์ได้รับทราบ

การโจมตีของรัสเซียในครั้งนี้เกิดขึ้นภายใต้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวในช่วงฤดูหนาวที่เรียกว่า “energy truce" ที่เป็นการตกลงร่วมกันระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ซึ่ง BBC รายงานว่าข้อตกลงนี้ได้ “หมดอายุ” ลงแล้วตั้งแต่ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา  อีกทั้งการโจมตีระลอกล่าสุดนี้ยังเกิดขึ้นในวันเดียวกับที่ “มาร์ก รุตเตอ” เลขาธิการนาโต เดินทางเยือนยูเครนและได้ลงพื้นที่สำรวจซากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ถูกโจมตีในกรุงเคียฟ โดยรุตเตอยังได้จัดแถลงข่าวร่วมกับเซเลนสกีโดยระบุว่าทั้งสองได้หารือกันถึงการจัดส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่างเร่งด่วนมายังยูเครน รวมถึงการหารือเกี่ยวกับออกใบอนุญาตให้ผลิตอาวุธของสหรัฐฯ ในยุโรป แต่รุตเตอ ไม่ได้ระบุว่าในประเด็นดังกล่าวมีความคืบหน้าใด ๆ หรือไม่

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง