รีเซต

ชาวรัสเซียใช้เงินสดมากขึ้น หลังอินเทอร์เน็ตถูกตัดบ่อย จากการป้องกันโดรนยูเครน

ชาวรัสเซียใช้เงินสดมากขึ้น หลังอินเทอร์เน็ตถูกตัดบ่อย จากการป้องกันโดรนยูเครน
TNN ช่อง16
19 กรกฎาคม 2569 ( 12:13 )
17

ชาวรัสเซียกำลังหันกลับมาใช้เงินสดมากขึ้นอีกครั้ง หลังจากการปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตบนมือถือในหลายพื้นที่ ส่งผลให้การชำระเงินผ่านบัตรเครดิตและระบบดิจิทัลติดขัด ขณะเดียวกันธุรกิจจำนวนมากก็เริ่มเลือกใช้เงินสดเพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีที่เพิ่มสูงขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่สะสมต่อเนื่อง หลังสงครามกับยูเครนยืดเยื้อมานานกว่า 4 ปี

ข้อมูลจากธนาคารกลางรัสเซียระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีการนำเงินสดเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 1.56 ล้านล้านรูเบิล หรือมากกว่า 6.71 แสนล้านบาท ซึ่งนับเป็นการเพิ่มขึ้นสูงที่สุดสำหรับช่วงเวลาเดียวกันของปี นอกเหนือจากช่วงการระบาดของโควิด-19

การเพิ่มขึ้นของการใช้เงินสดเกิดขึ้นในช่วงที่ยูเครนยกระดับการโจมตีด้วยโดรนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รัฐบาลรัสเซียต้องสั่งปิดบริการอินเทอร์เน็ตมือถือเป็นวงกว้างหลายครั้ง เพื่อขัดขวางการปฏิบัติการของโดรน แต่ผลที่ตามมาคือประชาชนจำนวนมากไม่สามารถใช้บัตรหรือระบบชำระเงินผ่านมือถือได้ตามปกติ

ก่อนหน้านี้ ปริมาณเงินสดในระบบเคยพุ่งสูงมาแล้วหลายครั้ง และทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความไม่แน่นอน ประชาชนจำนวนมากมักเลือกถือเงินสดไว้เป็นหลักประกัน หากระบบการเงินหรือการสื่อสารเกิดปัญหา

นอกจากนี้ การที่ผู้คนและธุรกิจใช้เงินสดมากขึ้น กำลังสร้างปัญหาใหม่ให้กับรัฐบาล เพราะทำให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปได้ยากขึ้น ในช่วงเวลาที่รัฐบาลกำลังเผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณที่เพิ่มขึ้น และต้องการรายได้ทุกช่องทางเพื่อนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการทำสงครามกับยูเครน

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนที่แล้ว ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของธนาคารสเบอร์แบงก์ (Sberbank) ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่ที่สุดของรัสเซีย เตือนว่า ขณะนี้มี "สัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่ง" ว่าธุรกิจจำนวนมากเริ่มกลับไปจ่ายค่าจ้าง "ใส่ซอง" หรือจ่ายเงินนอกระบบโดยไม่บันทึกอย่างเป็นทางการ โดยเขาระบุว่า นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก ไม่เห็นเงินสดไหลกลับเข้าสู่ระบบธนาคาร ไม่ว่าจะผ่านการรับฝากเงิน ตู้เอทีเอ็ม หรือเครื่องรับฝากอัตโนมัติ เงินสดจำนวนมากยังคงอยู่ในมือประชาชน

และจากผลสำรวจเมื่อเดือนพฤษภาคมของ Opora Russia ซึ่งเป็นสมาคมผู้ประกอบการ SME ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ พบว่า ประมาณ 6% ของผู้ประกอบการ ยอมรับว่าเริ่มใช้ "ช่องทางสีเทา" เพื่อรับมือกับภาษีที่เพิ่มขึ้น เช่น ไม่ออกใบเสร็จรับเงิน หรือหลีกเลี่ยงการบันทึกรายได้อย่างครบถ้วน

การรับชำระด้วยเงินสดเปิดโอกาสให้ธุรกิจสามารถแจ้งยอดขายต่ำกว่าความเป็นจริง เพื่อไม่ให้เกินเกณฑ์เสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ขณะที่การจ่ายค่าจ้างเป็นเงินสดก็ช่วยลดภาระภาษีเงินเดือนและเงินสมทบต่าง ๆ

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง