รีเซต

ทำไม "อนุทิน" วิตกว่า "คนไทย" เที่ยงต่างแดน เสี่ยงเจอตรวจเข้ม-ยากลำบาก หากแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้

ทำไม "อนุทิน" วิตกว่า "คนไทย" เที่ยงต่างแดน เสี่ยงเจอตรวจเข้ม-ยากลำบาก หากแก้ปัญหายาเสพติดไม่ได้
TNN ช่อง16
3 กรกฎาคม 2569 ( 16:17 )

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 เวลา 14.40 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นัดแรกของรัฐบาลชุดนี้ โดยได้กำหนดนโยบายให้มีการประชุมติดตามงานอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศ

เพื่อความชัดเจน สามารถสรุปสาระสำคัญจากการประชุมและสถานการณ์ที่เกิดขึ้นออกเป็น 4 ประเด็นหลัก ดังนี้

การประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อติดตามสถานการณ์และทบทวนมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติดจากไทยไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยเป็นการบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ได้แก่

  • หน่วยงานฝ่ายความมั่นคงทั้ง 4 เหล่าทัพ

  • กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม

  • กระทรวงแรงงาน กระทรวงสาธารณสุข

  • กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

สถิติที่น่าตกใจและคดี 'แอร์โฮสเตส' รับหิ้วของ

ชนวนสำคัญของการประชุมครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากกรณีที่แอร์โฮสเตสชาวไทยถูกจับกุมที่สนามบินเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย พร้อมของกลางเป็นเฮโรอีนมูลค่ากว่า 11 ล้านบาท ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า:

  • ผู้ต้องหารับงานผ่านกลุ่ม "รับหิ้วสินค้า" ในโซเชียลมีเดีย จากบัญชีอวตารที่ใช้ชื่อว่า “โรส” โดยได้รับค่าจ้างเพียง 8,800 บาท

  • รายงานจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติออสเตรเลีย (AFP) และกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (ABF) ระบุว่า ในช่วงครึ่งปีแรก (มกราคม - มิถุนายน 2569) มีการยึดเฮโรอีนและไอซ์จากผู้ต้องหา 10 คน ที่สนามบินซิดนีย์ เพิร์ท และเมลเบิร์น

  • มีผู้เดินทางจากไทยถูกตั้งข้อหาคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติดเชิงพาณิชย์แล้วอย่างน้อย 6 คดี โดยยึดยาเสพติดรวมได้กว่า 82 กิโลกรัม

ขณะนี้ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยกำลังเร่งสืบสวนขยายผล ตรวจสอบเส้นทางพัสดุ ผู้ส่งของ และประวัติการแชท เพื่อประสานงานกับตำรวจออสเตรเลียในการทลายเครือข่ายข้ามชาติกลุ่มนี้

สั่ง 'ยกเครื่อง' มาตรการสนามบินอุดช่องโหว่

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการอย่างเด็ดขาดให้มีการ "ยกเครื่อง" มาตรการรักษาความปลอดภัยและการตรวจสอบที่สนามบินทุกแห่งอย่างเร่งด่วน เพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้กลุ่มมิจฉาชีพใช้เป็นช่องทางในการลักลอบขนยาเสพติดออกนอกประเทศได้อีก

ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศและคนไทยที่เดินทางไปต่างประเทศ

นายอนุทินได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งว่า เหตุการณ์เหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียงของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในจังหวะที่ไทยกำลังพิจารณาเข้าร่วมองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้ระบุถึงสาเหตุสำคัญที่อาจทำให้ผู้โดยสารชาวไทยต้องเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางว่า

"หากเราไม่เร่งอุดช่องโหว่ และปล่อยให้มีสถิติการจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่นานาชาติจะเพ่งเล็งและเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นผู้โดยสารที่เดินทางจากประเทศไทย ซึ่งผลกระทบทั้งหมดจะตกอยู่กับคนไทยที่เดินทางโดยสุจริต ทั้งนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ ที่ต้องมารับเคราะห์ เสี่ยงถูกตรวจเข้ม และเผชิญกับความยากลำบากในการเดินทางเข้าประเทศอื่นๆ"

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง