BGRIM ทรานส์ฟอร์มใหญ่ ปักธงรายได้เอ็นเนอร์ยี่เทค

#BGRIM #ทันหุ้น - BGRIM ปรับโมเดลธุรกิจสู่ Energy Tech Infrastructure รองรับ AI และ Data Center ตั้งเป้าดันรายได้ธุรกิจแตะ 10% ของรายได้รวม พร้อมเดินหน้าขยายลงทุนต่างประเทศ 50% เร่งพอร์ตพลังงานหมุนเวียนเกินครึ่งภายในปี 2573
นายนพเดช กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชันธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรับบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีพลังงาน (Energy Tech Infrastructure) เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยบริษัทจะเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการจัดหา LNG การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Transmission) และบริการด้านพลังงานดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่ม AI และ Data Center ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมต่อยอดธุรกิจในกลุ่ม Service Income โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจบริการเป็น 10% ของรายได้รวมในอนาคต โดยมีธุรกิจ Energy Platform as a Service เป็นหนึ่งในกลไกสร้างรายได้ใหม่ ควบคู่กับธุรกิจ Data Center และ Digital Solutions สำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล รองรับการพัฒนาประเทศสู่การเป็น AI & Digital Hub
“บริษัทมองว่า การแข่งขันในอนาคตจะไม่ได้อยู่ที่การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่จะอยู่ที่ความสามารถในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ตอบโจทย์การลงทุนยุคดิจิทัล ภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่ BGRIM ตั้งเป้าขยายรายได้จากธุรกิจบริการให้คิดเป็นประมาณ 10% ของรายได้รวม โดยรายได้ดังกล่าวจะมาจาก 3 ธุรกิจหลัก ได้แก่ Data Center, Energy Platform as a Service และ Digital Solutions ซึ่งจะเข้ามาเสริมรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้า และช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น”
พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมปรับโครงสร้างสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยทยอยเพิ่มสัดส่วนสัญญาที่อ้างอิงราคาตลาด เพื่อลดการพึ่งพาระบบที่อิงค่า Ft เป็นหลัก ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารต้นทุนพลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดความผันผวนของรายได้ของบริษัทในระยะยาว และทำให้กระแสเงินสดมีเสถียรภาพมากขึ้น
นายนพเดช ระบุว่า จุดแข็งของบริษัท คือฐานลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม โดยปัจจุบัน BGRIM ดำเนินธุรกิจในพื้นที่ยุทธศาสตร์ 11 นิคมอุตสาหกรรม และมีแผนขยายเพิ่มอีก 5 แห่งผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อรองรับการลงทุนของอุตสาหกรรม AI, Cloud และ Data Center ที่ทยอยเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งบริษัทมองว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้พลังงานในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเป็นประมาณ 50% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด ผ่านการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนขนาดใหญ่ระดับ Independent Power Producer (IPP) ในประเทศเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย รวมถึงการขยายธุรกิจในมาเลเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดกลาง
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็นมากกว่า 50% ภายในปี 2573 เพื่อยกระดับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก รองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
บริหารจัดการต้นทุน
สำหรับการขยายการลงทุน บริษัทมีแผนใช้เครื่องมือทางการเงินสีเขียวในการระดมทุน ทั้ง Green Loan และ Green Bond รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) เพื่อรองรับแผนลงทุนในอนาคต โดยมุ่งลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารแหล่งเงินทุน
“บริษัทเชื่อว่าประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการพลังงานที่สั่งสมมากว่า 30 ปี ประกอบกับการพัฒนา Supply Chain ด้านพลังงานโดยอาศัยบุคลากรและพันธมิตรในประเทศ จะเป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค”
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
