รีเซต

BGRIM ทรานส์ฟอร์มใหญ่ ปักธงรายได้เอ็นเนอร์ยี่เทค

BGRIM ทรานส์ฟอร์มใหญ่ ปักธงรายได้เอ็นเนอร์ยี่เทค
ทันหุ้น
15 กรกฎาคม 2569 ( 02:30 )
20

นายนพเดช  กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจในประเทศไทย มาเลเซีย และโซลูชันธุรกิจอุตสาหกรรม บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างปรับบทบาทจากผู้ผลิตไฟฟ้าแบบดั้งเดิม สู่การเป็นผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีพลังงาน (Energy Tech Infrastructure) เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยบริษัทจะเชื่อมโยงธุรกิจพลังงานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ผ่านการจัดหา LNG การพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Transmission) และบริการด้านพลังงานดิจิทัล เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่ม AI และ Data Center ซึ่งคาดว่าจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคต

นอกจากนี้ บริษัทเตรียมต่อยอดธุรกิจในกลุ่ม Service Income โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจบริการเป็น 10% ของรายได้รวมในอนาคต โดยมีธุรกิจ Energy Platform as a Service เป็นหนึ่งในกลไกสร้างรายได้ใหม่ ควบคู่กับธุรกิจ Data Center และ Digital Solutions สำหรับภาคอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล รองรับการพัฒนาประเทศสู่การเป็น AI & Digital Hub

พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมปรับโครงสร้างสัญญาซื้อขายไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยทยอยเพิ่มสัดส่วนสัญญาที่อ้างอิงราคาตลาด เพื่อลดการพึ่งพาระบบที่อิงค่า Ft เป็นหลัก ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถบริหารต้นทุนพลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยลดความผันผวนของรายได้ของบริษัทในระยะยาว และทำให้กระแสเงินสดมีเสถียรภาพมากขึ้น

นายนพเดช  ระบุว่า จุดแข็งของบริษัท คือฐานลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม โดยปัจจุบัน BGRIM ดำเนินธุรกิจในพื้นที่ยุทธศาสตร์ 11 นิคมอุตสาหกรรม และมีแผนขยายเพิ่มอีก 5 แห่งผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อรองรับการลงทุนของอุตสาหกรรม AI, Cloud และ Data Center ที่ทยอยเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งบริษัทมองว่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนความต้องการใช้พลังงานในระยะยาว

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศเป็นประมาณ 50% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด ผ่านการพัฒนาโครงการพลังงานทดแทนขนาดใหญ่ระดับ Independent Power Producer (IPP) ในประเทศเกาหลีใต้  ฟิลิปปินส์  ออสเตรเลีย รวมถึงการขยายธุรกิจในมาเลเซีย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ยุทธศาสตร์ ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นจะมุ่งเน้นการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดกลาง

นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเป็นมากกว่า 50% ภายในปี 2573 เพื่อยกระดับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก รองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้น และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

สำหรับการขยายการลงทุน บริษัทมีแผนใช้เครื่องมือทางการเงินสีเขียวในการระดมทุน ทั้ง Green Loan และ Green Bond รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) เพื่อรองรับแผนลงทุนในอนาคต โดยมุ่งลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารแหล่งเงินทุน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง