รีเซต

รัฐบาลทหารเมียนมา สั่งพักราชการครูรวดเดียว 125,000 คน ฐานร่วม "อารยะขัดขืน"

รัฐบาลทหารเมียนมา สั่งพักราชการครูรวดเดียว 125,000 คน ฐานร่วม "อารยะขัดขืน"
มติชน
23 พฤษภาคม 2564 ( 14:27 )
16
รัฐบาลทหารเมียนมา สั่งพักราชการครูรวดเดียว 125,000 คน ฐานร่วม "อารยะขัดขืน"

 

รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคมนี้ว่า เจ้าหน้าที่จากสมาพันธ์ครูแห่งเมียนมา (เอ็มทีเอฟ) เปิดเผยว่า ครูประจำโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศเมียนมา ถูกสั่งพักราชการไม่มีกำหนด มากกว่า 125,000 คน ฐานเข้าร่วมในขบวนการอารยะขัดขืน เพื่อต่อต้านรัฐบาลทหาร หลังมีการยึดอำนาจในเมียนมามาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยอีกราว 19,500 คนก็ถูกสั่งพักราชการจากสาเหตุเดียวกันนี้ด้วยเช่นกัน

 

 

เจ้าหน้าที่ซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อ เพราะเป็นหนึ่งในรายชื่อของครูที่ถูกตั้งข้อหาว่ายุยงปลุกปั่นให้มีการต่อต้านรัฐบาล ระบุว่า ได้รับคำบอกจากทางการรัฐบาลทหารว่า ข้อกล่าวหาทั้งหมดจะถูกยกเลิกหากตนหรือครูคนอื่นๆ กลับเข้าทำหน้าที่ตามปกติอีกครั้ง

 

 

“มีถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการออกมาเหมือนกัน ข่มขู่จะเล่นงานหากไม่ยอมกลับเข้าทำหน้าที่ครู แต่ไม่ได้ไล่ครูทั้งหมดเหล่านั้นออกจากราชการ ถ้าทำเช่นนั้น ระบบการเรียนการสอนทั้งหมดต้องหยุดชะงักแน่นอน” เจ้าหน้าที่รายนี้ระบุ พร้อมกับเปิดเผยว่า หนังสือพิมพ์นิวไลท์ออฟเมียนมา ของรัฐบาลทหารพยายามเรียกร้องให้ครูและนักเรียนกลับเข้าชั้นเรียนตามปกติ ในขณะที่จะมีการเปิดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาใหม่ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้ โดยจะเปิดให้มีการลงทะเบียนเรียนในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป

 

 

รอยเตอร์ระบุว่า ผู้ปกครองและนักเรียนหลายคน ปฏิเสธที่จะเข้าชั้นเรียนตามปกติ โดย มยิน ผู้ปกครองวัย 42 ปี ซึ่งมีลูกสาววัย 14 ปีบอกว่า ไม่ต้องการให้ลูกได้รับการศึกษาภายใต้ระบบของทหาร พร้อมกันนั้นก็เป็นห่วงความปลอดภัยของลูกอีกด้วย ในขณะที่ ลวิน นักเรียนชายวัย 18 ปี ยืนยันว่าจะกลับเข้าเรียนก็ต่อเมื่อมีประชาธิปไตยแล้วเท่านั้น

 

 

ทางด้าน รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ที่เป็นรัฐบาลเงาของเมียนมา ประกาศจะทำทุกอย่างเพื่อให้การสนับสนุนทั้งครูและนักเรียนที่ปฏิเสธจะเข้าไปอยู่ในระบบการเรียนการสอนของรัฐบาลทหาร เพราะถือเป็นครูผู้กล้าหาญที่ไม่ควรถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

 

 

รอยเตอร์ชี้ว่า ระบบการศึกษาในเมียนมาจัดอยู่ในระดับแย่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังอยู่ในอันดับที่ 92 จากการสำรวจ 93 ประเทศทั่วโลกเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง