"เอกนิติ"ชี้พลังงานสะอาดคือทางรอดไทย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “เดินหน้าเศรษฐกิจไทย ดันอุตสาหกรรมเติบโต” โดยระบุว่า วิกฤตด้านพลังงานนั้น เกิดจากโลกที่แตกเป็นเสี่ยงๆ ซึ่งไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก
โดยในช่วงปี 2523 ก็เกิดเหตุการณ์ด้านวิกฤตพลังงานและความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ในครั้งนั้นญี่ปุ่นถูกบีบให้ค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นจนต้องย้ายฐานการผลิตมายังอาเซียน ซึ่งไทยสามารถคว้าโอกาสนั้นได้ด้วยการเตรียมโครงสร้างพื้นฐานอย่างอีสเทิร์นซีบอร์ด
ขณะที่ช่วงปี 2565 เผชิญกับสงครามรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แนวทางการปรับตัวระยะยาว ภาครัฐจะเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานพลังงานสะอาด
โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ใช้เอทานอล (Ethanol) ซึ่งผลิตจากอ้อยและมันสำปะหลังในประเทศมาเป็นส่วนผสมในน้ำมันมากขึ้นหลังราคาน้ำมันปัจจุบันอยู่ในระดับสูง
มองว่า ทางรอดของไทยบนความท้าทายในปัจจุบัน คือ การปรับตัวสู่ยุค Smart and Green Industry เน้นการลงทุนในพลังงานสะอาด ซึ่งเป็นทางรอดเดียว เพื่อไม่ให้ประเทศไทยตกขบวนการลงทุนระดับโลก โดยมีข้อเสนอแนะหลักในด้านพลังงาน ดังนี้
1.เปิดโอกาสให้เอกชนสามารถผลิตและซื้อขายไฟฟ้าจากพลังงานสะอาดได้โดยตรง (Direct PPA) เพื่อลดข้อจำกัดและสร้างความคล่องตัว
2.เร่งรัดการลงทุนโซลาร์เซลล์ในพื้นที่ของรัฐ เช่น เขื่อนวชิราลงกรณ์ และเขื่อนอุบลรัตน์ โดยดึงเอกชนมาร่วมลงทุนในรูปแบบ Public Private Partnership (PPP)
3.เสนอให้ระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Thailand Future Fund) เพื่อนำเงินมาพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าสีเขียว ซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากของนักลงทุนต่างชาติ
นอกจากนี้ การสนับสนุนบริษัทใหญ่แล้ว ภาครัฐยังมีนโยบายพี่ช่วยน้อง เพื่อพาเอสเอ็มอี เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียวด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
