WHAUP ปิดดีล Solar Rooftop 16.64 MW ดันพอร์ตพลังงานสะอาด

บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP เดินหน้ารุกธุรกิจพลังงานสะอาดต่อเนื่อง ล่าสุดลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement : PPA) กับ บริษัท ยี่ดา นิว แมททีเรียล (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ภายในโรงงานในจังหวัดชลบุรี กำลังการผลิตรวม 16.64 เมกะวัตต์
โครงการดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในดีลสำคัญของ WHAUP ในปี 2569 ที่สะท้อนการขยายฐานลูกค้าอุตสาหกรรมและการผลักดันโซลูชันพลังงานสะอาดแบบครบวงจร รองรับความต้องการของภาคการผลิตที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว
ปัจจุบันโครงการได้เริ่มดำเนินการติดตั้งแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2570 โดยตลอดอายุสัญญา 20 ปี คาดว่าจะช่วยให้ “ยี่ดา นิว แมททีเรียล” ประหยัดต้นทุนค่าไฟฟ้าได้มากกว่า 1,220 ล้านบาท และสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 206,491 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
WHAUP ระบุว่า โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายของลูกค้าในการยกระดับสู่ Green Manufacturing หรือการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันยังสะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อศักยภาพของ WHAUP ในการให้บริการด้านพลังงานสะอาดแบบครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ ลงทุน ติดตั้ง ไปจนถึงการบริหารจัดการประสิทธิภาพในระยะยาว
นอกจากนี้ บริษัทได้นำเทคโนโลยี AI และระบบติดตามผลแบบเรียลไทม์ (Real-time Monitoring) เข้ามาใช้ในการบริหารจัดการโครงการ ผ่านศูนย์ควบคุมปฏิบัติการ Utility Operation Center (UOC) ของบริษัท เพื่อช่วยวิเคราะห์และติดตามประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าอย่างใกล้ชิด เพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการพลังงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าสูงสุดให้กับลูกค้า
นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHAUP กล่าวว่า โครงการ Solar Rooftop ของ “ยี่ดา นิว แมททีเรียล” ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการผลักดันยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจพลังงานสะอาด และตอกย้ำบทบาทของ WHAUP ในฐานะพันธมิตรด้านพลังงานที่พร้อมสนับสนุนลูกค้าภาคอุตสาหกรรม ด้วยโซลูชันที่ตอบโจทย์ทั้งการลดต้นทุน เสริมความมั่นคงด้านพลังงาน และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลก และแนวโน้มค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ที่ยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัวจากการพึ่งพาพลังงานรูปแบบเดิม ไปสู่การบริหาร “พอร์ตพลังงาน” ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ
WHAUP จึงมุ่งพัฒนาโซลูชันพลังงานสะอาดและรูปแบบการจัดหาพลังงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น อาทิ ระบบ Direct Power Purchase Agreement (Direct PPA) รวมถึงการต่อยอดสู่ระบบซื้อขายพลังงานไฟฟ้าระหว่างกัน (Peer-to-Peer Energy Trading) ในอนาคต เพื่อช่วยลูกค้าบริหารต้นทุนด้านพลังงาน เพิ่มเสถียรภาพการใช้ไฟฟ้า และขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
บริษัทระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกลุ่ม WHA ภายใต้แนวคิด “WHA: Shape the Future for Thailand” ที่มุ่งผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาพลังงานสะอาดและความยั่งยืนในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
