รีเซต

รับมือฝนรอบใหม่! นายกฯ สั่งใช้ Nowcast ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง-เตือนล่วงหน้า 6-12 ชม.

รับมือฝนรอบใหม่! นายกฯ สั่งใช้ Nowcast ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง-เตือนล่วงหน้า 6-12 ชม.
TNN ช่อง16
8 ตุลาคม 2569 ( 12:31 )

วางแผนการระบายน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุฝนตกหลายพื้นที่ 

วันนี้ 8 ต.ค.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

ใช้ Nowcast ชี้เป้าพื้นที่เสี่ยง เตือนล่วงหน้า

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์สถานการณ์ฝนทั่วประเทศเริ่มลดลง แต่ในช่วงวันที่ 9 -13 ตุลาคม จะมีฝนตกในหลายพื้นที่ จึงขอให้ทุกหน่วยงานร่วมวางแผนการระบายน้ำ ซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ โดยบูรณาการข้อมูลคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา และข้อมูล Nowcast มาประกอบการประเมินความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่ ปรับการแจ้งเตือนให้กระชับ และคาดการณ์ล่วงหน้าแบบระยะสั้น 6–12 ชั่วโมง เพื่อให้ข้อมูลมีความแม่นยำและใกล้เคียงกับสถานการณ์จริงมากที่สุด พื้นที่ที่ประเมินแล้วว่าจะมีน้ำท่วมสูง ขอให้เตรียมการอพยพเป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง  พร้อมสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจถึงความเสี่ยงและแนวทางการรับมือที่ถูกต้อง

เร่งระบายน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกง

“สำหรับลุ่มน้ำบางปะกงในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำและเร่งระบายน้ำบริเวณปากแม่น้ำบางปะกงโดยเร็ว ส่วนพื้นที่ภาคใต้ ขอให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ภัย โดยซักซ้อมแผนเผชิญเหตุและเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรและบุคลากรอย่างเต็มที่ หากหน่วยงานใดต้องการรับการสนับสนุนทรัพยากรเพิ่มเติม ขอให้แจ้งมาที่ส่วนกลางด่วน เพื่อให้รัฐบาล กองทัพไทย และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถสนับสนุนการปฏิบัติงานได้อย่างทันท่วงที พร้อมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังและต่อเนื่อง” นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีกล่าว


นายอนุทิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเพิ่มว่า ในวันนี้ได้มีข้อสั่งการสำหรับการบริหารจัดการสาธารณภัย เพื่อให้รับมือกับสถานการณ์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขอให้พื้นที่ที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ขอให้กระทรวงสาธารณสุขดูแลสุขภาพประชาชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่คาดการณ์ว่าฝนตกหนักจะตกหนัก เตรียมหน่วยปฏิบัติการให้พร้อมช่วยเหลือประชาชน เร่งจัดทำทางระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางไม่ให้มีผลกระทบต่อแนวการไหลของน้ำ รวมถึงพื้นที่ที่มีสัตว์เสียชีวิตจากน้ำท่วม ให้เร่งจัดการซากสัตว์ตามหลักสุขาภิบาลและวิชาการ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรค ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ให้สร้างความเดือดร้อนเพิ่มเติมแก่ประชาช

รับมือสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้เน้นย้ำการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ในพื้นที่ภาคใต้ โดยให้แต่ละจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและประเมินสถานการณ์ กำหนดพื้นที่เสี่ยงและจุดเฝ้าระวัง โดยใช้ข้อมูลพื้นที่ประสบภัยเดิม พื้นที่ลุ่มต่ำ เส้นทางคมนาคม และพื้นที่สำคัญที่อาจได้รับผลกระทบ พร้อมตรวจสอบและปรับปรุงระบบระบายน้ำ ประตูระบายน้ำ และสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรและทรัพยากร จัดทำแผนสนับสนุนและบูรณาการทรัพยากรระหว่างพื้นที่ โดยขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสานการช่วยเหลือระหว่างกันอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนหรือส่งต่อปัญหาระหว่างพื้นที่ 

ทบทวนจุดอพยพ ศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ ดูแลกลุ่มเปราะบาง

ตลอดจนทบทวนจุดอพยพ ศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ การดูแลกลุ่มเปราะบาง และช่องทางการสื่อสารแจ้งเตือนประชาชน ให้พร้อมใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ กำกับติดตามและรายงานผลการเตรียมความพร้อม รวมถึงปัญหา อุปสรรค ข้อจำกัด และความต้องการรับการสนับสนุนมายังส่วนกลางผ่านกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พร้อมประชาสัมพันธ์ช่องทางแจ้งเหตุฉุกเฉินและช่องทางติดต่อภาครัฐอย่างเป็นทางการ และจัดตั้งศูนย์เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์ภัยพิบัติตามภารกิจของหน่วยงาน เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงาน การประสานงาน และการสนับสนุนทรัพยากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 


ทั้งนี้ ขอให้จังหวัดและกรุงเทพมหานครเร่งสำรวจครัวเรือนผู้ประสบภัยที่เข้าเกณฑ์ได้รับเงินเยียวยา ตรวจสอบหลักเกณฑ์และเร่งนำส่งรายชื่อมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และทยอยส่งรายชื่อผู้ที่เข้าตามหลักเกณฑ์เข้าระบบ เพื่อให้สามารถโอนเงินเยียวยาของรัฐบาลแก่ผู้ประสบภัยในการบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยได้โดยเร็วที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง