รีเซต

ญี่ปุ่นกลับสู่พลังงานนิวเคลียร์ เดิมพันสู้วิกฤตพลังงาน-โลกร้อน แม้หายนะฟุกุชิมะยังหลอกหลอน

ญี่ปุ่นกลับสู่พลังงานนิวเคลียร์ เดิมพันสู้วิกฤตพลังงาน-โลกร้อน  แม้หายนะฟุกุชิมะยังหลอกหลอน
TNN ช่อง16
26 มีนาคม 2569 ( 11:00 )

ญี่ปุ่นยังคงเผชิญความท้าทายในการกำหนดทิศทางพลังงานนิวเคลียร์ หลังเหตุการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2554 ที่ประกอบด้วยแผ่นดินไหว สึนามิ และวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ซึ่งส่งผลให้ประเทศต้องปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งหมด 54 แห่งในขณะนั้น และสั่นคลอนความเชื่อมั่นของสังคมต่อพลังงานชนิดนี้อย่างรุนแรง


ก่อนเกิดเหตุ ญี่ปุ่นพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์เป็นสัดส่วนราว 30% ของการผลิตไฟฟ้าทั้งประเทศ ถือเป็นหนึ่งในเสาหลักด้านความมั่นคงพลังงาน เนื่องจากประเทศมีทรัพยากรเชื้อเพลิงฟอสซิลในประเทศจำกัด และต้องนำเข้าเป็นส่วนใหญ่ ทำให้นิวเคลียร์ถูกมองว่าเป็นแหล่งพลังงานในประเทศ


อย่างไรก็ตาม หลังอุบัติเหตุฟุกุชิมะ ญี่ปุ่นทยอยปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย จนกำลังผลิตจากนิวเคลียร์ลดลงเหลือศูนย์ในปี พ.ศ. 2557 ส่งผลให้ต้องหันไปพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ถ่านหิน และน้ำมัน เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้ต้นทุนพลังงานสูงขึ้นและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


ภายหลัง ญี่ปุ่นได้ปรับปรุงกฎระเบียบด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ผ่านหน่วยงานกำกับดูแลอิสระ และเริ่มทยอยเปิดใช้งานเตาปฏิกรณ์อีกครั้งอย่างระมัดระวัง โดยปัจจุบันมีเตาปฏิกรณ์ที่กลับมาเดินเครื่องแล้ว 15 แห่ง จากทั้งหมด 33 แห่งที่ยังใช้งานได้ และอีกอย่างน้อย 10 แห่งอยู่ระหว่างรออนุมัติ


ล่าสุด ญี่ปุ่นได้เริ่มเดินเครื่องเตาปฏิกรณ์หน่วยที่ 6 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก นับเป็นการกลับมาเดินเครื่องของบริษัทผู้ดำเนินการครั้งแรกในรอบ 15 ปี แม้จะมีการตรวจพบปัญหาทางเทคนิคเล็กน้อยในช่วงเริ่มต้น แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และสามารถดำเนินการต่อได้หลังการตรวจสอบ


ปัจจุบัน โครงสร้างพลังงานของญี่ปุ่นเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยก๊าซธรรมชาติคิดเป็นสัดส่วนราว 34% ถ่านหิน 32% ขณะที่นิวเคลียร์อยู่ที่ประมาณ 8% และพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพลังงานแสงอาทิตย์มีสัดส่วนราว 10%


ภายใต้แผนพลังงานใหม่ รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานนิวเคลียร์เป็น 20-22% ภายในปี พ.ศ. 2573 ควบคู่กับการขยายพลังงานหมุนเวียน ทั้งโซลาร์และพลังงานลมนอกชายฝั่ง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอน


นักวิเคราะห์มองว่า การกลับมาใช้นิวเคลียร์ของญี่ปุ่นครั้งนี้ ไม่ใช่การย้อนกลับไปสู่ยุคก่อนฟุกุชิมะ แต่เป็นความพยายามอย่างระมัดระวังในการใช้พลังงานหลากหลายรูปแบบ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานในอนาคตอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง