ร้านค้า “ไทยช่วยไทย พลัส” อย่ากังวล ยืนยันไม่มีการส่งข้อมูลรายได้คิดภาษีย้อนหลัง

ร้านค้า ไทยช่วยไทย พลัส ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง
วันนี้ (1 มิ.ย. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ วันแรกกระแสตอบรับเป็นไปอย่างคึกคัก จากข้อมูล ณ เวลา 13.00 น. พบว่า มีประชาชนนำสิทธิไปใช้จ่ายจนเสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นจำนวน 2,894,994 คน มียอดใช้จ่ายรวมสะสมอยู่ที่ 587.99 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านรูปแบบ “ร้านค้าปกติ”
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า สำหรับร้านค้าที่ลังเลใจและยังสับสนกังวลเรื่องการเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’ จะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังนั้น รัฐบาลขอยืนยัน และให้ความมั่นใจกับร้านค้า "ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง" เพราะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กถึงรายย่อย ซึ่งมักจะมีรายได้ตลอดทั้งปี ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่น่าจะต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด
เกณฑ์การเสียภาษีดูรายได้เฉลี่ยทั้งปี ไม่ใช่แค่ช่วงเข้าร่วมไทยช่วยไทย พลัส
ทั้งนี้ เกณฑ์การเสียภาษีจะดูรายได้เฉลี่ยทั้งปีเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ช่วงที่เข้าร่วมโครงการฯ และมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว ขอให้ร้านค้าอย่ากังวล อย่าหลงเชื่อข่าวเท็จที่มีการพูดกันปากต่อปาก รัฐบาลขอย้ำว่า ข้อมูลยอดขายในแอปถุงเงิน จะไม่ถูกส่งไปให้กรมสรรพากรเพื่อนำมาคิดภาษีย้อนหลังแบบเฉพาะเจาะจงอย่างแน่นอน
หากร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่สรรพากรกำหนด คือ ยอดขายรวมทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่เฉพาะยอดจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
ยอดรวมของร้านค้าที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้นและกดสิทธิ์ยอมรับเงื่อนไข (T&C) พร้อมให้บริการแล้ว มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 853,004 ร้านค้า ซึ่งประกอบไปด้วยร้านค้าเดิมจำนวน 781,567 ร้านค้า และร้านค้าใหม่อีก 71,437 ร้านค้า
นอกจากนี้ ยังมีร้านค้าอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ กลุ่มที่อยู่ระหว่างรอการกดรับเงื่อนไข T&C 199,990 ร้านค้า และร้านค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบ 3,620 ร้านค้า ทั้งนี้ มีร้านค้าที่สามารถสร้างยอดขายสำเร็จในระบบไปแล้ว 418,844 ร้านค้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
