ทองโลกพุ่ง 150 เหรียญ ขานรับสัญญาณสันติภาพ สหรัฐฯ–อิหร่าน

ทิศทางราคาทองคำ
ราคาทองคำปิดปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปลายตลาด COMEX หลังจากก่อนหน้าร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 4,020 เหรียญ ก่อนดีดกลับขึ้นมายืนเหนือระดับ 4,200 เหรียญ โดยราคาทองคำตลาดโลกปิดพุ่งขึ้นกว่า 150 เหรียญ หรือมากกว่า 3% ได้แรงหนุนหลักมาจากรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเลิกแผนโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดเริ่มมีความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงระมัดระวัง เนื่องจากฝั่งอิหร่านยังไม่ได้ยืนยันหรืออนุมัติเนื้อหาข้อตกลงใด ๆ อย่างเป็นทางการ
ด้านราคาทองคำไทย เมื่อวานนี้ลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 63,200 บาท ก่อนเช้านี้ดีดกลับขึ้นมาที่ประมาณ 65,200 บาท หรือปรับขึ้นกว่า 2,000 บาท สะท้อนแรงซื้อกลับที่รุนแรงท่ามกลางความไม่แน่นอนของตลาด และยังคงขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสถานการณ์สหรัฐฯ–อิหร่านเป็นหลัก หากสงครามคลี่คลายและช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดได้
ด้านตลาดการเงิน ดัชนีดอลลาร์ยังทรงตัวบริเวณ 99.80 จุด ขณะที่ตัวเลข PPI ล่าสุดออกมาสูงกว่าคาด โดย PPI y/y อยู่ที่ 6.5% และ PPI m/m อยู่ที่ 1.1% สะท้อนแรงกดดันเงินเฟ้อฝั่งต้นทุนที่ยังอยู่ในระดับสูง แม้ Core PPI จะชะลอลงบางส่วน วิเคราะห์ว่า เงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับสูงอาจทำให้เฟดยังคงระมัดระวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน
อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวทำให้ตลาดยังประเมินว่าความเสี่ยงต่อการขึ้นดอกเบี้ยในระยะยาวยังมีอยู่ แม้การประชุมเฟดในสัปดาห์หน้าคาดว่าจะคงดอกเบี้ย แต่ตลาดจะจับตาท่าทีและมุมมองของประธานเฟดคนใหม่อย่างใกล้ชิด
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเกิดแรง Technical Rebound ชัดเจน หลังดีดตัวขึ้นจากโซนต่ำบริเวณ 4,020 เหรียญ กลับขึ้นมาทดสอบ 4,210 เหรียญ สะท้อนว่าโซน 4,000 เหรียญ เริ่มมีแรงซื้อกลับอย่างมีนัยสำคัญ และอาจเป็นระดับ Valuation ที่นักลงทุนระยะยาวเริ่มให้ความสนใจ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทางเทคนิคยังอยู่ในแนวโน้มขาลง เนื่องจากราคายังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน ทำให้โครงสร้างหลักยังเป็นการปรับฐาน และต้องติดตามว่าราคาจะสามารถยืนเหนือแนวต้านระยะสั้นได้อย่างมั่นคงหรือไม่
กลยุทธ์การลงทุน ระยะยาวสามารถทยอยสะสมด้วยเงินเย็นได้บางส่วน ขณะที่ระยะสั้นยังเหมาะกับการเก็งกำไรตามกรอบ พร้อมควบคุมความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
ประเมินกรอบระยะสั้นของ ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) แนวรับอยู่ที่บริเวณ 4,100 เหรียญ และ 4,050 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,250 เหรียญ และ 4,300 เหรียญ ส่วน ทองคำในประเทศ (Thai Gold) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,000 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 65,800 บาท
สำหรับ Gold COMEX (GCEQ26) แนวรับอยู่ที่ 4,120 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,270 เหรียญ ด้าน Gold Online Futures (GOM26) แนวรับอยู่ที่ 4,112 เหรียญ และแนวต้านอยู่ที่ 4,262 เหรียญ ส่วน Gold Futures 10 บาท (GF10M26) แนวรับอยู่ที่ระดับ 64,300 บาท และแนวต้านอยู่ที่ระดับ 66,300 บาท
โดยเน้นย้ำนักลงทุนว่า ราคาทองคำและราคาฟิวเจอร์สอาจจะแตกต่าง ดังนั้นการวิเคราะห์หรือ Arbitrage จะต้องใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้
แนะนำซื้อขายในกรอบ "Down Trend" และพิจารณาการลดสถานะการซื้อลง รอให้เกิดสัญญาณกลับตัวตามกรอบแนวรับ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ราคาอาจปรับตัวลงต่อ พร้อมบริหารความเสี่ยง
- นักลงทุนที่ถือ Long Position ลดสถานะการซื้อ หรือ Long position ในระยะสั้นต้องระมัดระวังแรงขาย เนื่องจากอยู่ในช่วงการปรับฐาน ราคาอาจจะขึ้นเพื่อลงต่อจนกว่าจะสร้างฐานราคาใหม่ได้
- นักลงทุนที่ถือ Short Position แนะนำแบ่งปิดกำไรตามรอบ หากเปิดสถานะใหม่ควรรอเปิดสถานะบริเวณแนวต้าน และมีจุด Stop Loss ทุกครั้ง
บทวิเคราะห์ข้างต้น ยึดหลักตาม Technical Analysis บริษัทไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้นและโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
