รีเซต

สตาร์ตอัปฝรั่งเศส “ผลิตไฟฟ้าจากน้ำจืดชนน้ำเค็ม” ด้วยพลังงาน “ออสโมติก” สุดล้ำ

สตาร์ตอัปฝรั่งเศส “ผลิตไฟฟ้าจากน้ำจืดชนน้ำเค็ม” ด้วยพลังงาน “ออสโมติก” สุดล้ำ
TNN ช่อง16
5 กรกฎาคม 2569 ( 23:20 )

สตาร์ตอัปฝรั่งเศสผุดนวัตกรรมผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานออสโมติก (Osmotic Energy) ผลิตไฟฟ้าสะอาด 24 ชม. เสริมความมั่นคงพลังงานโลก 

ผลงานนี้เป็นของบริษัท สวีตช์ เอนเนอร์จี (Sweetch Energy) สตาร์ตอัปด้านพลังงานหมุนเวียนจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งได้ประกาศเดินหน้าทดสอบระบบผลิตกระแสไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขั้นสุด ผ่านกระบวนการจับคู่ระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็ม ณ บริเวณประตูกั้นน้ำ บาร์คาริน (Barcarin lock) ใกล้กับแม่น้ำโรน (Rhone) โดยนวัตกรรมนี้ถูกคาดหมายว่าจะกลายเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนแห่งอนาคตที่มีศักยภาพสูงและมั่นคงอย่างยิ่ง

ผลิตไฟฟ้าโดยใช้หลักการพลังงานออสโมติก

โดยพลังงานออสโมติก (Osmotic Energy) คือพลังงานสะอาดที่เกิดขึ้นจากกระบวนการตามธรรมชาติ ที่อาศัยความต่างของค่าความเค็มระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็มที่มาบรรจบกัน เป็นตัวขับเคลื่อนให้ประจุไอออนเกิดการเคลื่อนที่ 

พลังงานชนิดนี้ถือเป็นแหล่งพลังงานท้องถิ่นที่ยังไม่ถูกนำมาจัดสรรอย่างเต็มที่ แต่มีศักยภาพมหาศาลในการรองรับความต้องการไฟฟ้าของโลกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด 

โดยบริษัทอ้างว่า กระบวนการนี้ สามารถรองรับหรือตอบสนองความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกได้มากกว่าร้อยละ 15 และยังถือเป็นโซลูชันเชิงกลยุทธ์ที่หลายประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป (EU) กำลังบรรจุเข้าสู่วาระนโยบายสากล เพื่อสร้างเอกราชทางพลังงาน และการเติบโตที่ยั่งยืน 

ซึ่งในอดีตการเปลี่ยนพลังงานออสโมติกให้เป็นไฟฟ้าในระดับอุตสาหกรรมทำได้ยาก แต่ สวีตช์ เอนเนอร์จี (Sweetch Energy) ได้ปลดล็อกข้อจำกัดนี้ด้วยเทคโนโลยี ไอโหนด (INOD® - Ionic Nano Osmotic Diffusion) ซึ่งถือเป็นโซลูชันแรกของโลก ที่แปลงพลังงานออสโมติกเป็นไฟฟ้าได้จริง 

บริษัทพัฒนาเยื่อกรองนาโนขึ้นใหม่ คัดกรองและขนส่งประจุได้ดีขึ้น

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือการใช้แผ่นเยื่อกรองนาโน (Nano-membranes) เจเนอเรชันใหม่ ที่ผลิตจากวัตถุดิบชีวภาพ ซึ่งมีคุณสมบัติคัดกรองและขนส่งประจุไอออนบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง เมื่อผสานเข้ากับการออกแบบระบบไหลเวียนของเหลวที่เป็นนวัตกรรมเฉพาะ ส่งผลให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าออสโมติกนี้มีความหนาแน่นของพลังงาน และประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าในระดับสูง ทั้งยังประหยัดพื้นที่ในการติดตั้ง 

พลังงานออสโมติก ยังต่างจากพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นอย่างแสงแดดหรือลม เพราะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีหยุด ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นระบบไฟฟ้าหลัก 

นอกจากนี้ โรงไฟฟ้าออสโมติกยังสามารถสั่งการจ่ายไฟได้ทันที เพื่อรักษาสมดุลของระบบสายส่ง (Grid) ให้มีความเสถียรและยืดหยุ่นสูงสุด และในด้านความคุ้มค่า เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างแบบโมดูล (Modular design) ที่สามารถขยายขนาดได้ตามความต้องการใช้งานจริง ทำให้บริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการนี้ไม่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Zero-emission) และไม่มีเศษซากสารเคมีหรือมลพิษหลงเหลือในระบบ เนื่องจากใช้น้ำเป็นปัจจัยนำเข้าเพียงอย่างเดียว และน้ำทั้งหมดจะถูกปล่อยคืนสู่ปากแม่น้ำในสภาพเดิม 100% จึงช่วยรักษาและปกป้องระบบนิเวศทางธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์

โดยหลังจากเสร็จสิ้นโรงไฟฟ้าต้นแบบ บริษัทมีแผนที่จะสร้างสถานีพลังงานออสโมติกเพิ่มเติมอีกหลายแห่งบริเวณปากแม่น้ำโรน ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกันได้สูงสุดถึง 500 เมกะวัตต์ (MW) สามารถป้อนกระแสไฟฟ้าไร้คาร์บอนให้กับประชากรได้มากกว่า 1,500,000 คน


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง