รีเซต

เกิดอะไรขึ้น? คลองรังสิตน้ำดำปี๋ ฟองขาวลอยเกลื่อน

เกิดอะไรขึ้น?  คลองรังสิตน้ำดำปี๋  ฟองขาวลอยเกลื่อน
TNN ช่อง16
14 ตุลาคม 2569 ( 10:00 )
9

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับฟองขาวในน้ำสีดำ กลิ่นเหม็นหลังน้ำท่วม เกิดจากอะไร?

 

บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองรังสิต จังหวัดปทุมธานี พบปรากฏการณ์น้ำในคลองเปลี่ยนเป็นสีดำ มีฟองสีขาวลอยอยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง สร้างความกังวลถึงสาเหตุและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์ในน้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานาน จนทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมและเกิดภาวะขาดออกซิเจน

 

เมื่อน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำจะค่อย ๆ ถูกใช้ไปในกระบวนการย่อยสลายซากพืช ซากสัตว์ และสิ่งปฏิกูลที่สะสมอยู่ ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนลดลงจนเกิดภาวะขาดออกซิเจน ทำให้แบคทีเรียกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจน (Anaerobic Bacteria) เข้ามามีบทบาทในการย่อยสลายสารอินทรีย์แทน

 


กระบวนการดังกล่าวสามารถก่อให้เกิดก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (Hydrogen Sulfide) หรือก๊าซไข่เน่า ซึ่งมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เมื่อสารซัลไฟด์ทำปฏิกิริยากับธาตุเหล็กหรือโลหะบางชนิดที่อยู่ในดินและน้ำ อาจเกิดสารประกอบซัลไฟด์สีดำ ส่งผลให้น้ำมีสีคล้ำหรือดำ และเกิดตะกอนสีดำสะสมอยู่ในคลอง ขณะเดียวกัน สารอินทรีย์ที่เน่าเปื่อยและตะกอนที่ถูกกวนขึ้นมาก็อาจมีส่วนทำให้น้ำมีสีดำเข้มมากขึ้น

 

ส่วนฟองสีขาวที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ อาจเกิดจากกระบวนการย่อยสลายสารอินทรีย์โดยจุลินทรีย์ ซึ่งสามารถปล่อยก๊าซมีเทน (Methane) และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide) ออกมาเป็นผลพลอยได้ ก๊าซเหล่านี้สามารถสะสมอยู่ในน้ำก่อนผุดขึ้นสู่ผิวน้ำในลักษณะฟองอากาศ

 

นอกจากนี้ ในน้ำยังอาจมีสารลดแรงตึงผิว เช่น สบู่ ผงซักฟอก รวมถึงสารอินทรีย์ต่าง ๆ ที่สะสมอยู่ เมื่อเกิดการสูบน้ำหรือกระแสน้ำไหลแรง อากาศจะถูกตีผสมกับสารเหล่านี้จนเกิดฟองสีขาวจำนวนมาก และอาจรวมตัวกันเป็นชั้นฟองหนาคล้ายภูเขาบนผิวน้ำ โดยสารลดแรงตึงผิวมีส่วนช่วยให้ฟองคงตัวและสลายได้ช้าลง


ดังนั้น น้ำที่มีสีดำและส่งกลิ่นเหม็นจึงอาจเป็นผลจากการย่อยสลายสารอินทรีย์ในสภาวะขาดออกซิเจน ซึ่งทำให้เกิดก๊าซไข่เน่าและสารประกอบซัลไฟด์สีดำ ขณะที่ฟองสีขาวอาจเกิดจากก๊าซที่ผุดขึ้นมาจากน้ำ รวมถึงสารลดแรงตึงผิวและสารอินทรีย์ที่ปะปนอยู่ โดยเฉพาะบริเวณประตูระบายน้ำที่มีกระแสน้ำปั่นป่วน อย่างไรก็ตาม การยืนยันสาเหตุที่แท้จริงจำเป็นต้องตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและสารปนเปื้อนในพื้นที่

 

สิ่งที่น่ากังวลคือ น้ำในคลองที่มีลักษณะดังกล่าวอาจมีแบคทีเรีย จุลินทรีย์ก่อโรค และสิ่งปฏิกูลปนเปื้อนอยู่ในปริมาณมาก หากประชาชนสัมผัสน้ำโดยตรง อาจเกิดอาการคัน ระคายเคืองผิวหนัง ตาแดง อักเสบ หรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยเฉพาะผู้ที่มีบาดแผลเปิด


ประชาชนจึงควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำเน่าเสียโดยตรง และเพิ่มความระมัดระวังในพื้นที่ที่เคยเกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เพราะแม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้ว แต่ผลกระทบจากน้ำเน่าเสียและการปนเปื้อนของเชื้อโรคยังคงเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ไม่ควรมองข้าม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง