เอสซีจี รุกซื้อใบอ้อย เป็นเชื้อเพลิง-ลดพีเอ็ม2.5 ให้ราคาสูงสุด1,500บ./ตัน

เอสซีจี รุกซื้อใบอ้อย เป็นเชื้อเพลิง-ลดพีเอ็ม2.5 ให้ราคาสูงสุด1,500บ./ตัน
มติชน
22 กุมภาพันธ์ 2564 ( 10:58 )
13
เอสซีจี รุกซื้อใบอ้อย เป็นเชื้อเพลิง-ลดพีเอ็ม2.5 ให้ราคาสูงสุด1,500บ./ตัน

 

นายกอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(สอน.) กับ บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง จำกัด (ซีแพค) ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เอสซีจี โครงการการใช้ประโยชน์ใบและยอดอ้อยเป็นเชื้อเพลิงทดแทน เพื่อลดปัญหาอ้อยไฟไหม้และพีเอ็ม2.5 ว่า โครงการดังกล่าวจะรับซื้อใบและยอดอ้อยจากเกษตรกรชาวไร่อ้อยในพื้นที่เป้าหมายกว่า 17,000 ราย สร้างรายได้ในระบบอุตสาหกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกว่า 150 ล้านบาท คาดว่าจะรวบรวมเศษวัสดุเหลือใช้ จากไร่อ้อยได้ประมาณ 210,000 ตัน และลดพื้นที่การเผาอ้อยได้กว่า 1,713,208 ไร่ โดยจะนำเศษวัสดุเหลือใช้จากไร่อ้อย ไปเป็นพลังงานทดแทนในโรงงานปูนซีเมนต์และอุตสาหกรรมอื่นๆ สอดคล้องกับแนวคิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

 

นายเอกภัทร วังสุวรรณ เลขาธิการสอน. กล่าวว่า บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ จะร่วมกันดำเนินงานเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยสอน.จะส่งเสริมและสนับสนุนการตัดอ้อยสด เพื่อให้มีใบและยอดอ้อยเป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานทดแทน รวมถึงการประสานเกษตรกรชาวไร่อ้อยหรือผู้ประกอบการที่รวบรวมใบอ้อยในพื้นที่เป้าหมาย 4 แหล่ง ได้แก่ อ.ท่าหลวง อ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี อ.เสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอ.ท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี รวมกว่า 17,000 ราย ในการจัดเตรียมพื้นที่กองเก็บก้อนม้วนเพื่อส่งโรงงานแปรรูป คาดว่าจะลดพื้นที่การเผาอ้อยได้กว่า 1,713,208 ไร่

 

“ซีแพค จะรับซื้อใบอ้อยจากพื้นที่เป้าหมาย ในราคา 200 – 1,500 บาทต่อตันอ้อย ตามปริมาณและคุณภาพที่เหมาะสม ณ จุดรับซื้อที่กำหนด สร้างรายได้ในระบบอุตสาหกรรมการอ้อยและน้ำตาลทรายกว่า 150 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งโรงงานแปรรูปใบอ้อยเป็นเชื้อเพลิงทดแทน และดำเนินการขนส่งใบอ้อยที่แปรรูปเป็นเชื้อเพลิงทดแทนแล้วและนำไปใช้งาน

 

นายปัญญา โสภาศรีพันธ์ ผู้อำนวยการธุรกิจสัมพันธ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ซีแพค กล่าวว่า ความร่วมมือนี้จะสร้างรายได้ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อย แก้ปัญหาพีเอ็ม2.5 ภาวะโลกร้อนจากการเผาอ้อย ความร่วมมือเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2566 และมีแผนจะขยายจุดรับซื้อหน้าโรงงานคอนกรีตผสมเสร็จซีแพคที่กระจายอยู่ ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่เกษตรกรรายเล็กและชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงโรงงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง