'เพื่อไทย' เปิดตัวผู้สมัคร พร้อมนโยบายลต.ท้องถิ่น 6 ด้าน ต่อยอดผลงาน 'ไทยรักไทย'

'เพื่อไทย' เปิดตัวผู้สมัคร พร้อมนโยบายลต.ท้องถิ่น 6 ด้าน ต่อยอดผลงาน 'ไทยรักไทย'
มติชน
9 พฤศจิกายน 2563 ( 12:39 )
42
'เพื่อไทย' เปิดตัวผู้สมัคร พร้อมนโยบายลต.ท้องถิ่น 6 ด้าน ต่อยอดผลงาน 'ไทยรักไทย'

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค พท. พร้อมด้วยนายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรค นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค และน.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรค ร่วมกันแถลงเปิดแคมเปญนโยบายเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)

 

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า พรรค พท. เราเห็นว่า การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมีความสำคัญต่อประเทศ และต่อระบอบประชาธิปไตย เพราะท้องถิ่นนั้น คือ รากฐานสำคัญของประเทศ ถ้าท้องถิ่นมีความเจริญก้าวหน้า ประเทศของเราก็จะมีความเจริญก้าวหน้าไปด้วย การที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ในรัฐธรรมนูญแปลว่า ให้ความสำคัญต่อการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างมาก ซึ่งที่ผ่านมาเรามีการเลือกตั้งท้องถิ่นมาตามลำดับ

 

แต่ตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้นมา มีการยึดอำนาจการปกครองประเทศ มี คสช. เกิดขึ้น และได้ออกคำสั่ง คสช. ไม่ให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น และสภาท้องถิ่นไว้เป็นการชั่วคราว ก็แสดงว่า ตั้งแต่ปี 2557 มาจนถึงปัจจุบันนี้ ผู้บริหารท้องถิ่น และสภาท่องถิ่นไม่มีการเลือกตั้งเลย รวมเงลาแล้ว 4 ปีกว่า เกือบ 5 ปี นายกฯ อบจ. หลายจังหวัดถูกพักงาน อ้างว่ามีความจำเป็นต้องสอบสวน แต่พอเลือกตั้ง ส.ส. แล้วก็ปล่อยให้ทำงานต่อไปได้ในหลายจังหวัด

 

ขณะที่ ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ ปัจจุบันไม่มีการเลือกตั้ง และถูกคำสั่ง คสช. ให้รักษาการต่อไป ซึ่งจะมีการเลือกตั้งเมื่อไรก็ไม่ทราบ นโยบายของรัฐบาบสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น วันนี้ ที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่น เพราะกระแสเรียกร้องของพี่น้องประชาชนที่ต้องการเห็นการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น

 

ทั้งนี้ พรรค พท.ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับ จึงเห็นว่า หากใครที่ประสงค์จะลงสมัครในนามของพรรค พท. ก็สามารถยื่นความจำนงสมัครมาได้ ซึ่งขณะนี้ มีผู้สมัครนายกฯ อบจ. ในนามของพรรค พท. จำนวน 25 จังหวัด ประกอบด้วย

 

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 10 คน ได้แก่
1. จังหวัดชัยภูมิ นายสุชีพ เศวตกมล
2. จังหวัดมหาสารคาม นายศรีเมือง เจริญศิริ
3. จังหวัดหนองคาย นายธนพล ไลละวิทย์มงคล
4. จังหวัดหนองบัวลำภู นายวิชัย สามิตร
5. จังหวัดกาฬสินธุ์ นางเฉลิมขวัญ หล่อตระกูล
6. จังหวัดนครพนม นายสมชอบ นิติพจน์
7. จังหวัดอุดรธานี นายวิเชียร ขาวขำ
8. จังหวัดอุบลราชธานี นายกานต์ กัลป์ตินันท์
9. จังหวัดยโสธร นายวิเชียร สมวงค์
10. จังหวัดมุกดาหาร พ.ต.ท.ดร.จิตต์ ศรีโยหะมุกดาธนพงศ์

 

ภาคเหนือ 6 คน ได้แก่
1. จังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร
2. จังหวัดเชียงราย น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์
3. จังหวัดลำพูน นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ
4. จังหวัดน่าน นายนพรัตน์ ถาวงศ์
5. จังหวัดลำปาง นางสาวตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร
6. จังหวัดแพร่ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ

 

ภาคกลาง 9 คน ได้แก่
1. จังหวัดสุพรรณบุรี พล.ต.เทียมศักดิ์ สุขานุยุทธ
2. จังหวัดระยอง นายเกรียงไกร กิ่งทอง
3. จังหวัดนครนายก นายสิทธิชัย กิตติธเนศวร
4. จังหวัดปราจีนบุรี นายเกียรติกร พากเพียรศิลป์
5. จังหวัดนครปฐม นายวินัย วิจิตรโสภณ
6. จังหวัดสมุทรสงคราม นายธนวุฒิ โมทย์วารีศรี
7. จังหวัดสมุทรสาคร นายเชาวรินทร์ ชาญสายชล
8. จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล
9. จังหวัดสิงห์บุรี นายสุรสาล ผาสุก

 

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อมีการสมัครในนามของพรรคแล้ว จึงเห็นว่าควรมีนโยบายในส่วนของท้องถิ่นด้วย โดยพรรคได้ตั้งคณะกรรมการนโยบายขึ้นมาศึกษา และคิดค้นนโยบาย ซึ่งประธานคณะกรรมการคือ นายนพดล

 

ด้านนายนพดล กล่าวว่า พรรค พท. ไม่ได้มองท้องถิ่นเป็นฐานทางการเมือง แต่เรามองเป็นฐานของบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครของพรรคพท. จะมีความแตกต่างจากผู้สมัครอิสระเพราะแนวคิดของพรรคพท. คือต้องการนำความรู้ และแนวคิดตั้งแต่ยุคไทยรักไทย (ทรท.) ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระดับจังหวัด เอาความรู้ระดับชาติมาสร้างรายได้ และโอกาสในจังหวัดต่างๆ พี่น้องอาจจะคุ้นเคยกับการเมืองที่เต็มไปด้วยคำสัญญาที่ว่างเปล่า แต่เราต้องก้าวไปสู้การเมืองที่วัดด้วยผลงาน และความสำเร็จ

 

นายนพดล กล่าวว่า คิดว่า ถึงเวลาที่ต้องสิ้นการเมืองแห่งวาทะกรรม แต่ถึงเวลาการเมืองแห่งการกระทำที่เน้นเนื้อของงานเป็นหลัก ซึ่งนโยบายของพรรคพท.ที่ผู้สมัครจะเอาไปนำเสนอ มี 6 ด้าน คือ 1.การเดินทาง-การขนส่ง โดยให้อำนาจท้องถิ่นกำหนดระบบขนส่งมวลชนของตัวเอง ใช้แอปพลิเคชันรถสาธารณะ การขนส่งสินค้าโดยใช้ สัญญาณ WIFI

 

2.สุขภาพ พัฒนาหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างต่อเนื่อง และผลักดันให้ไปถึงมือประชาชน พลิกคุณภาพระบบบริการการแพทย์ ฉุกเฉิน (EMS) โดยลดแน่น ลดคิว ทันการณ์ ป้องกันก่อนป่วย โดยคนไทยต้องได้รับเวชศาสตร์ป้องกัน (Preventive Medicine) วัคซีนใกล้บ้าน

 

3.การศึกษา นโยบายลูกคุณเราดูแล ลูกเราต้องเท่ากัน และการศึกษาระดับโลกใกล้บ้าน ส่งเสริมการเรียนรู้โดยระบบออนไลน์ และโครงการเด็กไทย 4 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ จีน คอมพิวเตอร์

 

4.การเกษตร นโยบายเกษตรปลอดภัยใกล้บ้าน สู่ครัวโลก ปลูกในถิ่น กินไปทั่วโลก โดยส่งเสริม และสนับสนุนให้ท้องถิ่นเป็นฐานสร้างการท่องเที่ยว ผลิตอาหารปลอดภัย ส่งไปทั่วโลก เป็นศูนย์บริการครบวงจร ดูแลการเตรียมดิน การปลูก เก็บเกี่ยว แปรรูป จำหน่าย รวมถึงส่งออก ออนไลน์ และต้องพัฒนาแหล่งน้ำอุปโภค-บริโภค-เพื่อการเกษตร ในท้องถิ่น

 

5.SMEs ,OTOP SMES OTOP นโยบาย SMEs ระดับชุมชุน ใกล้บ้าน สู่การค้าระดับโลก โดยส่งเสริมและสนับสนุน ศูนย์บริการครบวงจร หาสินเชื่อ แนะนำการผลิต ช่องทางการขาย ออนไลน์ การส่งออก สร้าง SMEs ชุมชน เป็นฐานการผลิตใหม่ของประเทศ ขายไปทั่วโลกด้วย E-commerce และพลิกฟื้นโอกาสจากภูมิปัญญาชาวบ้าน จาก OTOP ให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง ดั่งยุคไทยรักไทย

 

และ 6.ท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม นโยบาย โครงการแหล่งท่องเที่ยวชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ ใกล้บ้าน โดยส่งเสริมและสนับสนุนประเพณีงดงามท้องถิ่น ดึงนักท่องเที่ยวระดับโลก, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การแพทย์ เพิ่มรายได้ต่อหัวนักท่องเที่ยว, ลิ้มรสของอร่อยท้องถิ่น เปิดประสาทด้วยอาหาร พื้นบ้าน, ท่องเที่ยวเมืองหลักเข้มแข็ง เมืองรองไม่เป็นสองรองใคร

 

จากนั้น ได้มีการให้ตัวแทนผู้สมัครนายกฯ อบจ. ของพรรคพท. จำนวน 4 จังหวัด ได้แสดงวิสัยทัศน์ผ่านระบบซูม

 

 

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง