รีเซต

รวบแม่ใจยักษ์คลอดทารกทิ้งป่าหมู่บ้านสารภาพไม่ต้องการเลี้ยงลูก

รวบแม่ใจยักษ์คลอดทารกทิ้งป่าหมู่บ้านสารภาพไม่ต้องการเลี้ยงลูก
มติชน
8 กรกฎาคม 2563 ( 20:34 )
31
รวบแม่ใจยักษ์คลอดทารกทิ้งป่าหมู่บ้านสารภาพไม่ต้องการเลี้ยงลูก

รวบแม่ใจยักษ์คลอดทารกทิ้งป่าหมู่บ้านสารภาพไม่ต้องการเลี้ยงลูก

จากกรณีที่มีการแชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่เปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจในวันเข้าพรรษา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ชาวบ้านพบทารกเพศหญิงแรกเกิดถูกนำมาทิ้งไว้ที่ราวป่าท้ายหมู่บ้านบ้านโคกอ่างทอง ต.นาเพียง อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร ในสภาพน่าเวทนามีเพียงเสื้อและกระสอบเก่าห่อร่างไว้ โชคยังดีที่ชาวบ้านได้ยินเสียงร้องและช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน

ซึ่งหลังจากเรื่องราวดังกล่าวเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กก็มีผู้แชร์ส่งต่อนับ 10,000 ครั้ง ขณะที่มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอีกจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ต่างรุมด่าทอสาปแช่งแม่ใจร้ายที่นำลูกมาทิ้ง และแสดงความสงสารทารกน้อยที่ถูกทอดทิ้ง รายละเอียดตามที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว ล่าสุดเวลา 16.00 น. วันนี้ (8 ก.ค. 63)เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กุสุมาลย์ ได้ทำการจับกุมตัวแม่ใจร้ายรายนี้ได้แล้ว ที่บ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านโคกอ่างทอง ต.นาเพียง อ.กุสุมาลย์ ห่างจากจุดที่พบทารกหญิงประมาณ 100 เมตรเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนจนทราบเบาะแสจากคนในหมู่บ้าน โดยแม่ใจยักษ์รายนี้คือ นางสาวหนึ่ง (นามสมมุติ) อายุ 23 ปี เป็นคนในหมู่บ้านโคกอ่างทอง ต.นาเพียง อ.กุสุมาลย์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่เกิดเหตุนั่นเอง

ภายหลังถูกจับกุมตัวได้ น.ส.หนึ่งได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนนำเด็กทารกเพศหญิงไปทิ้งที่ป่าท้ายหมู่บ้าน ที่ห่างจากบ้านตัวเองประมาณ 100 เมตร หลังจากที่ตัวเองทำการคลอดลูกอยู่บนบ้านเพียงลำพัง ซึ่งหลังจากคลอดทารกออกมา ก็ใช้กรรไกรตัดสายสะดือด้วยตนเอง ก่อนใช้เสื้อผ้าเก่าและกระสอบปุ๋ยเก่าห่อตัว แล้วนำทารกไปวางทิ้งไว้ตรงจุดดังกล่าวที่ชาวบ้านไปพบ ส่วนสาเหตุของการกระทำดังกล่าว เนื่องจากตนไม่ต้องการเลี้ยงทารกคนดังกล่าว และปฏิเสธที่จะเอ่ยถึงคนเป็นพ่อของทารกน้อย แต่ยินดียกทารกคนดังกล่าวให้กับผู้ที่ต้องการอุปการะไปเลี้ยงดู

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการสอบถามคนในหมู่บ้านโคกอ่างทอง น.ส.หนึ่งเคยมีสามีและมีลูกชาย 2 คน แล้วเลิกรากับสามีไป จึงได้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ โดยฝากลูกไว้ให้อยู่กับยาย จนกระทั่งช่วงสถานการณ์โรคโควิด-19 แพร่ระบาด น.ส.หนึ่งจึงได้เดินทางกลับมาที่บ้าน ซึ่งชาวบ้านก็เห็นว่ารูปร่าง น.ส.หนึ่งมีลักษณะเหมือนคนท้อง แต่ก็ไม่มีใครมั่นใจเนื่องจากเจ้าตัวมักจะบอกว่าตัวเองอ้วน จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ทำให้หลายคนเริ่มสงสัย จนกระทั่งกลายเป็นเบาะแสให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจนจับกุมตัวได้ดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา น.ส.หนึ่งว่า ทอดทิ้งเด็กในความอุปการะ ขณะที่รายละเอียดอื่นๆนั้น ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะที่ชาวโซเชียลที่ทราบข่าวต่างพร้อมใจกันตั้งชื่อหนูน้อยผู้อาภัพรายนี้ว่า “น้องพรรษา” เนื่องจากเกิดเมื่อวันที่ 6 ก.ค. 63 ซึ่งตรงกับวันเข้าพรรษา ขณะที่ก็มีอีกหลายคนที่แสดงความจำนงค์ อยากรับ “น้องพรรษา” ไปอุปการะเลี้ยงดู ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบและพิจารณาของหน่วยงานในกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง