รีเซต

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
ทันหุ้น
24 พฤษภาคม 2565 ( 09:26 )
34
เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

#SET #ทันหุ้น - บล.ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1,625-1,643 จุด โดย Upside ระยะสั้นจำกัดมากขึ้นหลังจาก Rebound ขึ้นมาเกือบครึ่งทางราว 50 จุดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจากที่ปรับลงแรงช่วงก่อนหน้า ระยะสั้นมีประเด็นหนุนหลังไบเดนระบุว่าสหรัฐฯ กำลังเตรียมพิจารณายกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าจีนของรัฐบาลก่อนเพื่อลดต้นทุนและแรงกดดันเงินเฟ้อ โดยปลายสัปดาห์นี้จะประกาศเงินเฟ้อ PCE เดือน เม.ย. ขณะที่ฝั่งยุโรป ECB มีแนวโน้มเริ่มปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 10 ปีเดือน ก.ค. จากเงินเฟ้อที่สูงเช่นกัน ทำให้ยังมีปัจจัยกดดันเล็กน้อย 

 

อย่างไรก็ตามปัจจัยหลักที่มีผลมากกว่าและต่างชาติให้น้ำหนักคือการเปิดประเทศของไทยซึ่งจะหนุนเศรษฐกิจระยะยาว ทำให้กระแสเงินทุนยังอยู่ในทิศทางไหลเข้า ในเชิงกลยุทธ์เรายังเน้นลงทุนในหุ้น Reopening และ Value Play ที่มี PER/PBV ไม่สูงเที่ยบกับช่วงปี 2019 ที่ยังไม่มี COVID-19 และมีแนวโน้มกำไร 2Q22 แข็งแกร่งต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะสามารถปรับตัวได้แข็งแรงกว่าตลาดท่ามกลางนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักทั่วโลกที่ตึงตัว สำหรับการลงทุนระยะกลาง-ยาวส่วนที่สะสมแล้วบริเวณ 1,600+- จุดแนะนำถือลงทุนต่อเนื่อง 

 

กลยุทธ์ : เน้นลงทุนหุ้น Value Play ที่แนวโน้มกำไร 2Q22-2H22 แข็งแกร่ง 

หุ้นเด่นเดือนพ.ค. : GFPT, ILINK, SAPPE, SMT, TH

 

หุ้นเด่นวันนี้ : CK

• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 26 บาท

• แนวโน้มกำไร 2Q22 คาดเร่งตัวขึ้นทั้งจากธุรกิจรับเหมาฯตามความคืบหน้าของงาน ส่วนแบ่งกำไรและปันผลบริษัทร่วมๆที่ฟื้นตัว ระยะสั้นมี Catalyst บวกจากการขายซองประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มปลายเดือนนี้

• เรามองราคาหุ้น CK ถูกเกินไปมาก ปัจจุบันมีมูลค่าเท่ากับ BEM ที่ CK ถือหุ้นอยู่ราว 32% (Discount 20%) ซึ่งเสมือนได้ธุรกิจอื่นๆทั้งรับเหมาฯ CKP และ TTW ฟรี 

• แนวรับ 19.80-20 บาท แนวต้าน 20.70//21 บาท

 

**บล.เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) คาดดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ ปัจจัยในประเทศเป็นตัวช่วยหนุนตลาด โดยสถานการณ์ยูเครน-รัสเซีย ทรงๆ ตัว ประเทศต่าง ๆ ทยอยส่งอาวุธให้กับยูเครน ขณะที่สหรัฐฯ ก็ได้มีการเซ็นอนุมัติเงินบริจาค($4 หมื่นล้านเหรียญ) ให้กับยูเครนในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา 

 

จีนจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะอัดฉีดเงินเข้ามาก่อน 2.1 หมื่นล้านเหรียญ เรามองว่าเป็นตัวแปรหนึ่งที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย หุ้นกลุ่ม Logistics  ส่งออก เดินเรือ ที่เคยได้รับผลกระทบ คาดจะเริ่มฟื้นตัว

 

ตลาดหุ้นไทยยังมีจุดแข็งที่ช่วยหนุนตลาดอยู่ ทั้งเรื่องกำไรตลาดดี-รายงานเงินสำรองในประเทศที่ลดลงแต่เงินบาทยังแข็งค่า (ล่าสุด 34.17)- Flow เริ่มกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทย (Net buy 2 พันลบ.) และบรรยากาศทางการเมืองที่ดูดีขึ้นอย่างมีนัยยะจากการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ตัวแปรทั้งหมดนี้จะช่วย Support ตลาดหุ้นไทยให้มีความแข็งแรง

 

หุ้นขึ้น XD วันนี้ได้แก่ ADD(@0.13), KTBSTMR(@0.1733), TSC(@0.40), BBGI(@0.15), PSL(@0.50), SUPEREIF(@0.2527) และวันนี้เป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของ JMART_W3, PERM_W1

 

Event วันนี้ คือ การประชุม ครม. (อาจมีการพิจารณาสัญญารถไฟฟ้าสายสีเขียว)

 

Strategy

• ตลาดหุ้นไทยยังคงแข็งแกร่ง แรงซื้อหุ้นขนาดใหญ่ น่าจะค่อยๆ กลับมา จากก่อนหน้าที่ไปเน้นปัจจัยเฉพาะตัว หุ้นที่เรามองว่า หุ้น big cap ที่น่าสนใจ ได้แก่ PTT, GULF, SCB, SCC, ADVANC, EA

• list ของหุ้นที่ ราคายังอยู่ในระดับต่ำ ที่น่าสนใจ  CPALL, KTC, SAWAD (เราถอด BCPG ออกจาก list นี้)

• Sectorที่มีปัจจัยบวกหนุน สัปดาห์นี้ กลุ่มอิงท่องเที่ยว+เปิดเมือง (เราชอบ AOT, CRC) และหุ้น ได้ประโยชน์จากจีนทยอยเปิดเมืองและกระตุ้นเศรษฐกิจ (WICE, LEO, PSL)

• Copy trade หุ้นฝรั่งซื้อมาก BH, PTTEP

• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เรานำ BANPU ออก และเพิ่ม BEM, GULF, BE8* เข้ามาแทน หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย BEM(10%), GULF(10%), FORTH(10%), BE8*(10%), AOT(10%),  KTB(10%),  LEO(10%) , CRC(10%)

 

Strategy Stock Pick

BEM: (เป้าเชิงกลยุทธ์ 9.60 บาท) “รฟม.เปิดซองสายสีส้ม กลุ่ม BEM ตัวเก็งพร้อมประมูล”

• รับปัจจัยบวกจาก รฟม. เตรียมเปิดซองสายสีส้ม คาดกลุ่ม BEM-CK เป็นตัวเก็งอันดับหนึ่ง จากความถนัดงานอุโมงค์และ Track Record ที่ดีในสายสีส้ม

• รายได้หลักของ BEM ฟื้นตัวต่อเนื่อง ล่าสุด 17 พ.ค. ผู้ใช้ทางด่วนอยู่ที่ 1.2 ล้านเที่ยว/วัน เทียบกับ เม.ย. เฉลี่ยที่ 9.8 แสน เที่ยว/วัน, ผู้โดยสาร รฟฟ. อยู่ที่ 2.8 แสนเที่ยว/วัน เทียบกับ เม.ย. เฉลี่ยที่ 1.8 แสนเที่ยว/วัน

• KTBST ประเมินกำไรสุทธิปี 2022-2023 ที่ 2.68 พัน ลบ. และ 3.56 พัน ลบ. +166%YoY, +33%YoY ตามลำดับ

 

Technical : THG, ILM

 

**บล.คิงส์ฟอร์ด จำกัด ประเมิน Upside ดัชนี SET เริ่มจำกัดหลังฟื้นตัวจากจุดต่ำกว่า 50 จุด ขณะที่ Vol.ชะลอตัว วางแนวรับดัชนีที่ 1,620 – 1,625 แนวต้าน 1,640 – 1,645 แนะนำทยอยซื้อเมื่อดัชนีอ่อนตัว CPALL,CPN,OR / MINT, CENTEL/ และกลุ่ม Defensive เช่น ADVANC,GULF  

 

GLOCON* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Consensus N.A. บาท) งวด 1Q65 รายงานกำไรสุทธิ 17 ล้านบาท +394%YoY เนื่องจากปิดกิจการร้านอาหารทั้ง A&W และ Kitchen Plus หยุดการรับรู้ผลขาดทุน ขณะที่รายได้รวมเติบโต +50%YoY อยู่ที่ 616 ล้านบาท ตามการฟื้นตัวของการบริโภคหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย แนวโน้ม 2Q65 คาดฟื้นตัวขึ้นต่อ หนุนจากธุรกิจอาหารแปรรูป การส่งออกผลไม้อบแห้ง และบรรจุภัณฑ์ ผู้บริการมองรายได้ทั้งปี 65 ที่ 3 พันล้านบาท จากการรับรู้รายได้ลูกชิ้นทิพย์เต็มไตรมาสตั้งแต่ 2Q65 เป็นต้นไป ประกอบกับการผลิตที่จะดีขึ้นเพราะย้ายสายการผลิตผลิตเสร็จ

 

M* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 62.50 บาท) กำไรสุทธิ 1Q65 อยู่ที่ 271 ลบ. (+205% YoY, -32.1% QoQ) ฟื้นตัวได้ดีโดยเฉพาะในภาพ YoY  สามารถกลับมาฟื้นตัวได้ดีรับผลบวกจากสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ที่มีทิศทางดีขึ้นในประเทศ ส่งผลให้มีการผ่อนคลายม.ควบคุม นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยหนุนจากม.กระตุ้นการบริโภคต่างๆของภาครัฐฯ ด้านภาพการดำเนินงานในปี65 ยังมีโอกาสที่จะฟื้นตัวจากการกลับมานั่งทานอาหารในร้านมากขึ้นและแผนการเปิดสาขาใหม่ราว 26 สาขา ทั้งนี้ตลาดในปี65 และ66 EPS จะสามารถฟื้นตัวได้โดดเด่นจากปี64 ที่ 0.14 บ./หุ้น มาอยู่ที่ระดับ 1.85 บ./หุ้น และ 2.57 บ./หุ้น ตามลำดับ

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง