จับตาน้ำเหนือ! เขื่อนใกล้เต็ม เร่งระบายกระทบหลายพื้นที่

สถานการณ์น้ำเหนือและลุ่มเจ้าพระยาเริ่มน่ากังวล หลังฝนตกหนักสะสมต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ทำให้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มสูง ขณะที่เขื่อนสำคัญอย่างเขื่อนเจ้าพระยาและเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เตรียมเพิ่มการระบายน้ำ ส่งผลให้หลายจังหวัดริมแม่น้ำต้องยกระดับการเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับมือระดับน้ำที่อาจเพิ่มสูงขึ้น
ที่จังหวัดลำปาง ฝนตกหนักต่อเนื่องนาน 2 วัน 2 คืน ทำให้มีน้ำสะสมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลากฉับพลัน โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดลำปาง ยกระดับการเฝ้าระวังทั้ง 13 อำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงระดับสีแดงมากกว่า 100 หมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่บริเวณเชิงเขาและทางน้ำไหลผ่าน
สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 1 รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อำเภอเกาะคามีฝนสะสมสูงสุด 80 มิลลิเมตร รองลงมาคืออำเภอเถิน 73 มิลลิเมตร อยู่ในระดับเตือนภัยสีส้ม และยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากหลายพื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง
ส่วนจังหวัดเพชรบูรณ์ มีการแจ้งเตือนประชาชนผ่านระบบ Cell Broadcast ในหลายพื้นที่ของอำเภอเมืองเพชรบูรณ์และอำเภอหนองไผ่ ให้เร่งยกสิ่งของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายยานพาหนะ และเตรียมพร้อมดูแลกลุ่มเปราะบาง หลังพบว่าอ่างเก็บน้ำหลัก 11 แห่ง มี 7 แห่งที่ปริมาณน้ำเกิน 90% ของความจุ และมี 2 แห่งที่น้ำล้นอาคารระบายน้ำล้น ขณะที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง จึงต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับลุ่มเจ้าพระยา กรมชลประทานแจ้งเตือนประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำให้เตรียมรับมือระดับน้ำที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จากมวลน้ำเหนือและฝนสะสม โดยคาดว่าปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยาอาจเพิ่มขึ้นอยู่ที่ประมาณ 2,200–2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ล่าสุดที่สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ วันที่ 28 กันยายน มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,987 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยาปรับอัตราการระบายอยู่ที่ประมาณ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้พื้นที่เหนือเขื่อนในนครสวรรค์ อุทัยธานี และชัยนาท มีระดับน้ำเพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นที่ท้ายเขื่อนในสิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา คาดว่าระดับน้ำจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 15–30 เซนติเมตร
จังหวัดชัยนาทขณะนี้ได้รับผลกระทบแล้ว 5 อำเภอ รวมกว่า 580 หลังคาเรือน ขณะที่ประชาชนในอำเภอสรรพยาเริ่มเตรียมขนย้ายสิ่งของและเตรียมพื้นที่รองรับการอพยพ
ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 96.49% ของความจุ และมีน้ำไหลเข้าอ่างมากกว่า 63 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน จึงเตรียมเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันได ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน โดยอาจเพิ่มขึ้นสูงสุด 400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 3.50–4 เมตร แต่ข้อมูลระบุว่ายังอยู่ภายในลำน้ำ ไม่ล้นตลิ่ง
ด้านจังหวัดสุพรรณบุรี สถานการณ์แม่น้ำท่าจีนยังน่าเป็นห่วง หลังน้ำเอ่อล้นตลิ่งขยายวงกว้าง กระทบแล้ว 7 อำเภอ 42 ตำบล มากกว่า 9,700 ครัวเรือน และมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยแล้ว 6 อำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่บางปลาม้า นาข้าวกว่า 2,000 ไร่ได้รับผลกระทบ เกษตรกรบางส่วนต้องเร่งเก็บเกี่ยวข้าวก่อนกำหนดเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
ส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขื่อนพระราม 6 ปักธงแดงแจ้งเตือนภัยระดับสูงสุดในพื้นที่ท้ายเขื่อน โดยเฉพาะอำเภอท่าเรือ นครหลวง และพระนครศรีอยุธยา หลังคาดว่าระดับน้ำอาจเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 เมตร จากการเพิ่มการระบายน้ำ ขณะที่ชุมชนนอกคันกั้นน้ำบริเวณวัดสะตือ อำเภอท่าเรือ เริ่มมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งแล้ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
