รีเซต

"SME D Bank" เผยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่

"SME D Bank" เผยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่
TNN ช่อง16
22 มิถุนายน 2569 ( 12:41 )

SME D Bank เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประจำไตรมาส 2/2569 ปรับเพิ่มอยู่ที่ระดับ 51.9 จากแรงหนุนการท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ปลุกการบริโภคจับจ่ายใช้สอย ระบุจัดเตรียมสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดต้นทุนการเงิน ตอบโจทย์ความต้องการผู้ประกอบธุรกิจ

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยว่า  SME D Bank โดย “ศูนย์วิจัยและข้อมูล ธพว.” ร่วมกับ สำนักวิจัยเศรษฐกิจและประเมินผล บริษัท เอ็กเซลเลนท์ บิสเนส แมเนจเม้นท์ จำกัด ทำการสำรวจ “ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อเศรษฐกิจและธุรกิจ  ในไตรมาสที่ 2/2569 และคาดการณ์อนาคต” จากกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ ครอบคลุมทุกประเภทอุตสาหกรรม จำนวน 400 ตัวอย่าง 

พบว่า ในไตรมาส 2 ปี 2569 ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 51.9 จากระดับ 50.2 ในไตรมาส 1 ปี 2569  จากปัจจัยสำคัญ  เศรษฐกิจไทยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวช่วง High Season ในเทศกาลสงกรานต์ ประกอบกับมาตรการของภาครัฐ ลดภาระค่าครองชีพ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)” ที่มีความชัดเจนว่าจะเริ่มในเดือนมิถุนายน 2569 อีกทั้งยังมีงานก่อสร้างหรือการลงทุนขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลประกอบการดีขึ้นเล็กน้อย จำนวนคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้น  การปรับขึ้นราคาสินค้าและบริการได้บ้างบางส่วน ท่ามกลางความกังวลด้านต้นทุนที่ยังคงอยู่  


ทั้งนี้ เมื่อจำแนกตามขนาดธุรกิจ พบว่า กลุ่มวิสาหกิจรายย่อย (Micro) และกลุ่มวิสาหกิจขนาดย่อม (Small) มีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการปรับดีขึ้น จากไตรมาส 1 ปี 2569 โดยปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 52.3 และ 51.8 ตามลำดับ  เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่มุ่งเป้าไปที่ผู้ประกอบการรายเล็ก  

ขณะที่ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า หรือไตรมาส 3/2569 ดัชนีความเชื่อมั่นรวมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ปรับเพิ่มขึ้น อยู่ที่ระดับ 61.0 จากปัจจัยหนุนหลักด้านการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ 55.5% รองลงมา คือ การลงทุนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 21.50% จากงานก่อสร้างและโครงการการลงทุนของภาครัฐ ภาคเอกชนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถรับมือกับต้นทุนที่อยู่ในระดับสูงได้ดีขึ้น 10.50% 

ทั้งนี้ ความต้องการกู้ยืมสินเชื่อของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  ส่วนใหญ่ต้องการเป็นเงินทุนหมุนเวียนเสริมสภาพคล่องธุรกิจ  ส่วนความต้องการกู้เพื่อลงทุน ไม่ปรากฏในไตรมาสนี้ สะท้อนว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ยังระมัดระวังการก่อหนี้ใหม่ เพื่อรอดูทิศทางเศรษฐกิจและสถานการณ์สงครามเป็นสำคัญ


นายพิชิต กล่าวเสริมว่า จากแนวโน้มความต้องการสินเชื่อดังกล่าว  SME D Bank ได้จัดเตรียมสินเชื่อที่สอดรับความต้องการนำไปเสริมสภาพคล่อง และช่วยลดต้นทุนทางการเงิน ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียง 3% ต่อปี คงที่ 3 ปีแรก ผ่อนชำระนานสูงสุดถึง 10 ปี  วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท อีกทั้ง ปรับปรุง ระเบียบ คำสั่ง ที่เป็นอุปสรรค ควบคู่กับผ่อนปรน คุณสมบัติผู้กู้ และหลักประกัน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อจะเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งทุนได้อย่างรวดเร็ว และทันต่อสถานการณ์  

นอกจากนั้น ยังมอบบริการด้านการพัฒนา เพิ่มศักยภาพปรับตัวสู่ธุรกิจสีเขียว สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ผ่านกิจกรรมพัฒนาครบวงจร ทั้ง Onsite และ Online ด้วย “DX Platform” (dx.smebank.co.th)  ช่วยเข้าถึงองค์ความรู้ เครื่องมือ และบริการต่าง ๆ ได้สะดวก ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง  

สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ที่ต้องการรับบริการด้านการเงินและการพัฒนาจาก SME D Bank   สามารถแจ้งความประสงค์ได้ ณ สาขา SME D Bank ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เช่น LINE Official Account : SME Development Bank  และเว็บไซต์ www.smebank.co.th เป็นต้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Call Center 1357

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง