รีเซต

KPI Poll เผยผลสำรวจ เลือกตั้ง 2569 ประชาชนมองยังไม่มีใครเหมาะสมเป็นนายกฯ คนใหม่

KPI Poll เผยผลสำรวจ เลือกตั้ง 2569 ประชาชนมองยังไม่มีใครเหมาะสมเป็นนายกฯ คนใหม่
TNN ช่อง16
23 มกราคม 2569 ( 15:05 )
14

“เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่และนโยบายพรรคการเมืองที่คนไทยให้ความสำคัญ”

สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “เลือกตั้ง 69 ใครเหมาะสมเป็นนายกคนใหม่และนโยบายพรรคการเมืองที่คนไทยให้ความสำคัญ”  โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน 

โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง


การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 5 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 8 - 11 ม.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง  โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้ 

1. ประชาชนกว่า 1 ใน 4 ยังไม่เห็น “ตัวเลือกที่ใช่” ที่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้จริง

  • สูงที่สุด 26.2% ระบุว่า ยังไม่มีบุคคลที่เหมาะสม  
  • รองลงมา คือ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พรรคประชาชน (18.8%)
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล พรรคภูมิใจไทย (16.9%)
  • ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ พรรคเพื่อไทย (10.9%)
  • นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พรรคประชาธิปัตย์ (10.2%)

คะแนน “นำ” ยังไม่ทิ้งห่าง แต่ “ยังไม่เห็นคนที่ใช่” สูงสุด ตัวเลขนี้ไม่ใช่เพียงสะท้อน “ความลังเล” แต่คือ ช่องว่างความเชื่อมั่นระหว่างประชาชนกับผู้นำทางการเมือง มากกว่าปัญหาขาดตัวบุคคล 

2. ทั้งภาพรวมและทุกวัยให้ความสำคัญกับ “นโยบายเศรษฐกิจ” เป็นอันดับ 1 ส่วนคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญด้านแก้ปัญหา“สแกมเมอร์”

ภาพรวม (สำรวจโดย LiINE TODAY) พบว่า 34.7% ประชาชนให้ความสำคัญกับนโยบายด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจสูงสุด รองลงมา 29.5% คือ ด้านการกำจัดคอร์รัปชั่น 15.9% คือ ด้านการแก้ปัญหาธุรกิจผิดกฎหมายและสแกมเมอร์ 11.1% คือ ด้านความมั่นคงของประเทศ และ 8.8% คือ ด้านสวัสดิการและการช่วยเหลือประชาชน  

  • Gen Z: เศรษฐกิจ (36.6%) | ความมั่นคง (21.7%) | สวัสดิการ (18.3%) | คอร์รัปชัน (12.6%) | สแกมเมอร์ (10.9%)
  • Gen Y: เศรษฐกิจ (39.9%) | ความมั่นคง (20.2%) | สวัสดิการ (16.7%) | คอร์รัปชัน (13.9%) | สแกมเมอร์ (9.2%)
  • Gen X: เศรษฐกิจ (40.9%) | ความมั่นคง (23%) | สวัสดิการ (16.3%) | คอร์รัปชัน (13.5%) | สแกมเมอร์ (6.3%)
  • Baby Boomer: เศรษฐกิจ (35.2%) | สวัสดิการ (24.3%) | ความมั่นคง (21.9%) | คอร์รัปชัน (12%) | สแกมเมอร์ (6.5%)

ทุกเจเนอเรชันให้ความสำคัญกับ เศรษฐกิจเป็นอันดับแรก สะท้อนฉันทามติของทุกวัย ดังนั้นนโยบายต้องพูดแบบทำได้ ไม่เลื่อนลอย ขณะที่ผู้สูงอายุให้ความสำคัญกับสวัสดิการมากขึ้น และคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับปัญหาสแกมเมอร์มากกว่า สะท้อนความต้องการ “ความอุ่นใจ” และ “ความปลอดภัยในชีวิตจริง”

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง