ไฟป่า “ชิลี” ลามหนัก เสียชีวิตแล้ว 18 ราย สั่งอพยพกว่า 20,000 คน

สถานการณ์ไฟป่าในหลายภูมิภาคทางตอนใต้ของชิลียังคงอยู่ในภาวะวิกฤต โดยยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างเบ็ดเสร็จ ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพวิดีโอเมื่อวันอาทิตย์ แสดงให้เห็นการอพยพผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในภูมิภาคนูเบิล หลังแนวไฟป่าลุกลามเข้าใกล้พื้นที่อย่างอันตราย ท่ามกลางความพยายามของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและชาวบ้านที่ร่วมกันต่อสู้กับเปลวไฟซึ่งเผาผลาญอาคารบ้านเรือนในชุมชนไปแล้วหลายหลัง
“อเลฮานโดร ซันโดวัล” ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติของชิลี ประจำภูมิภาคไบโอบิโอ ระบุว่า ไฟป่าที่ยังคงลุกไหม้อยู่ในหลายจุดไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด เนื่องจากสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะลมตะวันออกที่พัดแรง หรือที่เรียกว่า “ลมปูเอลเช” ซึ่งพัดพาความร้อนและความแห้งแล้งจากเทือกเขาแอนดีสมายังพื้นที่ทางตอนใต้ และพัดต่อเนื่องตลอดทั้งคืน ส่งผลให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรง
รายงานข่าวระบุว่า ไฟป่าครั้งนี้ได้เผาไหม้พื้นที่ไปแล้วเกือบ 8,500 เฮกตาร์ หรือราว 53,000 ไร่ ทำลายบ้านเรือนไปอย่างน้อย 250 หลังคาเรือน มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 18 ราย และประชาชนหลายพันคนต้องกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย
เจ้าหน้าที่ยังระบุเพิ่มเติมว่า อุณหภูมิที่พุ่งสูงถึง 38 องศาเซลเซียส ประกอบกับกระแสลมแรง เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การควบคุมและดับไฟป่าเป็นไปอย่างยากลำบาก
ทั้งนี้ ชิลีและอาร์เจนตินากำลังเผชิญกับภาวะคลื่นความร้อนรุนแรงและไฟป่าที่สร้างความเสียหายอย่างหนักมาตั้งแต่ช่วงต้นปี โดยก่อนหน้านี้อาร์เจนตินามีรายงานการเกิดไฟป่าในลักษณะใกล้เคียงกันในภูมิภาคปาตาโกเนีย ซึ่งตอกย้ำความรุนแรงของวิกฤตสภาพอากาศในภูมิภาคอเมริกาใต้ช่วงเวลานี้
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
