PRIMEโซลาร์เฟื่องฟู ร่วมทบ.วางเป้า0.67บ.

PRIMEโซลาร์เฟื่องฟู ร่วมทบ.วางเป้า0.67บ.
ทันหุ้น
5 มีนาคม 2564 ( 08:45 )
40
PRIMEโซลาร์เฟื่องฟู ร่วมทบ.วางเป้า0.67บ.

ทันหุ้น - PRIME ชูเทรนด์โซลาร์ฟาร์มเฟื่องฟู เหตุต้นทุนถูกกว่าเชื้อเพลิงอื่น ปีนี้งานเข้าพรึบชิงโซลาร์กัมพูชาเฟส2 –อุซเบกิสถาน รวมเกือบ 500 เมกะวัตต์ เสริมพอร์ตเดิมที่มีราว 309 เมกะวัตต์ ชี้งานโซลาร์รูฟ งานก่อสร้าง ธูรกิจเทรดดิ้งบูม เดินหน้ารุกธุรกิจนวัตกรรมไฟฟ้า ปีนี้โตแรงรายได้มีสิทธิแตะ 2 พันล. ด้านโบรกวางเป้า 0.65 บาท

 

นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพร์ม โรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME กล่าวว่า ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) มีแนวโน้มกลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง หลังจากต้นทุนลดลงเหลือไม่ถึง 20 ล้านบาทต่อเมกกะวัตต์ ขณะที่บริษัททำได้ในระดับหลังสิบกว่าล้านบาทมีผลตอบแทนดี เชื่อถ้าพ่วงแบตไฟด้วยไม่เกินเมกะวัตต์ละ 25 ล้านบาท เมื่อเทียบกับโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงอื่นพบว่าใกล้เคียงถึงถูกกว่า ชี้โลกให้ความสำคัญกับโซลาร์ฟาร์มมากขึ้น

 

โดยล่าสุดบริษัทได้เดินหน้าได้ มีสัญญาซื้อขายไฟทั้งสิ้น 309 เมกะวัตต์ (MW) จากโครงการทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ซึ่งเป็นกำลังผลิตไฟฟ้าที่ COD แล้วทั้งหมดราว 87 เมกะวัตต์ ซึ่งปีนี้บริษํทเตรียมเข้า ประมูลโครงการ National Solar Park phase 2 ในกัมพูชา 40MW โดยเป็นโครงการต่อเนื่องจาก phase 1 ซึ่งบริษัทได้ PPA แล้วและอยู่ในพื่นที่เดียวกัน ทำให้มี cost advantage  2) โครงการโซลาร์ในไต้หวันรู้ผลเบื้องต้น 200MW (ศึกษาทั้งหมด 500MW)  3) โครงการ Uzbekistan 200-500MW ซึ่งปัจจุบันบริษัทเป็น 1 ใน 11 final list ผู้ผ่านคัดเลือกเข้าพัฒนาโครงการดังกล่าว

 

ปีนี้รายได้ชน2พันล.

 

นายสมประสงค์ ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการปี 2564 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ราว 2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปี 2563 ที่ราว 373 ล้านบาท ผลจากธุรกิจมีการรับรู้รายได้จากการไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้น หลังมีโรงไฟฟ้าใหม่เริ่มเปิดดำเนินเชิงพาณิชย์ในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มเติม และยังมีงานในส่วนของโครงการโซลาร์รูฟท็อปภาคเอกชน (Private PPA) รวมไปถึง ธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่าย และ ธุรกิจนวัตกรรม "PRIME X" แบ่งเป็น รายได้จากการไฟฟ้า 700 ล้านบาท โซลาร์รูฟท็อปและ Private PPA 700 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจเทรดดิ้ง 500 ล้านบาท และธุรกิจ PRIME X นวัตกรรม 300 ล้านบาท

 

นอกจากนี้ ทาง PRIME ยังมีความสนใจเข้าร่วมโครงการที่กองทัพบก และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นใน โครงการโซลาร์ฟาร์ม 3 หมื่นเมกะวัตต์ ในเฟสแรกนั้นคาดจะมีกำลังผลิตอยู่ราว 300 เมกะวัตต์ด้วย

 

อนาคตไกล 0.65 บ.

 

ด้าน บริษัทหลักทรัยพ์ เคทีบีเอสที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ "ซื้อ" หุ้น PRIME ให้ราคาเป้าหมาย 0.65 บาท เนื่องจากฝ่ายวิเคราะห์มีโอกาสเติบโตได้ในระยะยาว เนื่องจากปัจจุบัน PRIME มีธุรกิจในส่วนต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ามี บริษัทมีโอกาสสูงที่จะได้รับงานอีกอย่างน้อย 240MW (จากกำลังการผลิตในปัจจุบันที่มี PPA รองรับอยู่เพียง 141MW), ธุรกิจใหม่ EPC, Trading and Consulting อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มขยายตัวสูง โดย EPC solar rooftop มีโอกาสขยายตลาดเข้าสู่ภาคครัวเรือนมากขึ้นจากต้นทุนที่ลดลง ในขณะที่ธุรกิจ consulting เตรียมรับความต้องการบริการมากขึ้นหลังภาครัฐประกาศใช้ Building Energy Code บังคับการควบคุมการใช้พลังงานในอาคาร โดยบริษัทเริ่มต้นได้ดีและมี revenue contribution ในส่วนนี้กว่า 31% ในไตรมาส 4/2563 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่รับรู้รายได้เต็มไตรมาส

 

ดังนั้น จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินกำไรปี 2564 เติบโต 63% จากปีก่อน และขยายตัวต่อเนื่องอีก 8% ในปี 2565 โดยปี 2564 รับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการโซลาร์ He Wu 2 และ Shin Shi 2 รวม 2.5MW (COD ช่วงไตรมาส 2/2563 ) และ COD โครงการ Onami ในญี่ปุ่น 4 เมกะวัตต์ ในไตรมาส 4/2564 นอกจากนี้ยังมีรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยประเมินรับรู้เข้ามาราว 1.1 พันล้านบาท (50% เป็น secured backlog)  ต่ำกว่าที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ในส่วนนี้ที่ราว 1.5 พันล้านบาท ในขณะที่ปี 2565 ผลประกอบการมี key driver หลักคือการ COD โครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ที่กัมพูชาขนาด 60MW ในไตรมาส2/2565

 

ในขณะที่สถานะการเงินในช่วงปี 2563-2564 มีความพร้อมรองรับการลงทุนเพิ่มเติมสำหรับธุรกิจโรงไฟฟ้าอีกกว่า 250MW (อิงต้นทุนโรงไฟฟ้าต่อ MW ที่ 30 ล้านบาท) จากศักยภาพในการกู้เงินเพิ่มเติมราว 7.5 พันล้านบาท อิงเพดาน D/E ที่ 3.0เท่า ประเมินราคาเป้าหมายที่ 0.65 บาท ด้วยวิธี Sum of the part แบ่งเป็น 1) ธุรกิจ Power producer อิง DCF (WACC 5.6%, Terminal growth 0%) ได้มูลค่า 0.40 บาทต่อหุ้น และ 2) ธุรกิจ EPC อิงวิธี PER (ใช้ PER 23X เทียบเท่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม Construction service ย้อนหลัง 3 ปี -1SD) ได้มูลค่า 0.25 บาทต่อหุ้น

 

อยากลงทุนสำเร็จ เป็นเพื่อนกับเรา พร้อมรับข่าวสารได้ทุกช่องทางที่
APP ทันหุ้น ANDROID คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/US6SA
APP ทันหุ้น IOS คลิ๊ก
https://qrgo.page.link/QJKT7
LINE@ คลิ๊ก
https://lin.ee/uFms4n5
FACEBOOK คลิ๊ก
https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
YOUTUBE คลิ๊ก
https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA
TELEGRAM คลิ๊ก
https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิ๊ก
https://twitter.com/thunhoon1

ข่าวที่เกี่ยวข้อง