ราชธานีอโศก ปิดหมู่บ้าน คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า เผยชุมชนพึ่งตนเองอยู่ได้เป็นปี

ราชธานีอโศก ปิดหมู่บ้าน คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า เผยชุมชนพึ่งตนเองอยู่ได้เป็นปี
77ข่าวเด็ด
31 มีนาคม 2563 ( 04:09 )
130
ราชธานีอโศก ปิดหมู่บ้าน คนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า เผยชุมชนพึ่งตนเองอยู่ได้เป็นปี

อุบลราชธานี – ราชธานีปิดหมู่บ้าน “คนในออกแล้วห้ามเข้า คนนอกเข้าแล้วห้ามออก” เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังโควิด19 อย่างเข้มงวด

สิกขมาตกล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล กล่าวถึงเหตุผลการปิดหมู่บ้านว่า ปกติหมู่บ้านราชธานีอโศกมีความเป็นอยู่ลักษณะรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมากทานข้าวตักอาหารหม้อด้วยกัน เรียนและทำงานร่วมกัน อยู่รวมกันแบบ สาธารณะโพคี ทั้งนี้ได้มีผู้เข้ามาแนะนำว่าหากราชธานีอโศกยังเปิดทำการต่อและอนาคตคนในพื้นที่เกิดการติดเชื้อขึ้นมาเพียงคนเดียวจะเป็ฯสิ่งเลวร้ายมากที่สุด เพราะจากกิจวัตรประจำคนในชุมชนแล้วเชื้อจะแพร่กระจายไปได้ง่าย หลังจากในที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ประกาศปิดหมู่บ้านราชธานีอโศกอย่างจริงจริงเป็น10 กว่าวันแล้ว

มติปิดการเข้าออกของราชธานีอโศกจริงจังมาก โดยมีคำที่ว่า “ออกแล้วห้ามเข้า เข้าแล้วห้ามออก” หากบุคคลใดเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงในหมู่บ้านจะมีมาตรการกักตัว 14 วัน ตามสาธารณสุขแนะนำ หากใครจะออกจากหมู่บ้านต้องทำเรื่องอนุญาตและแจ้งเหตุผลที่จำเป็น ทั้งนี้หมู่บ้านมีมาตรการดูแลเวรยาม เช็คเวลาเข้า-ออก ทั้งนี้ในชุมชนเองมีจำนวนประชากรประมาณ 300 กว่าคนและทางหมู่บ้านเองก็ยังไม่มีกำหนดที่เปิดพื้นที่ต่างๆ อย่างไรก็ตามการเปิดจะพิจารณาทุก 7 วัน

อย่างไรก็ตาม สิกขมาตกล้าข้ามฝัน อโศกตระกูล ได้อธิบายเพิ่มเติมของ สาธารณะโพคี ว่าเป็นระบบศาสนาพุทธ ทำอะไรไม่เป็นของตนแต่เป็นของกองกลาง เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปัน ทำงานฟรีไม่มีราย แบ่งหน้าที่กันและกัน ว่าแต่ละคนจะอยู่หน่วยไหน แต่มีสวัสดิการดูแลให้เบิกตามความจำเป็น

ในส่วนของจังหวัดอื่นๆเครืออโศก ก็ทำการปิดเช่นกันแต่ระยะไม่เท่ากัน ซึ่งดูจากเหตุปัจจัยแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามหลายคนสงสัยว่าทางราชธานีอโศกไม่ได้ออกจากหมู่บ้านจะกินอยู่เช่นไร คำตอบคือภายในหมู่บ้านราชธานีอโศกมีการปลูกพืช ทำโรงงานเต้าหู้และซอสไว้ใช้เอง โดยขณะนี้พืชผักอาหารเพียงพอสำหรับบริโภคในหมู่บ้านและส่งออกนอกพื้นที่ ทั้งนี้ราชธานีอโศกสามารถดำรงชีวิตอยู่ด้วยอาหารที่มีในหมู่บ้านนานนับหลายเดือน ดังคำที่ว่า “พึ่งพาตนเองให้ได้ก่อน ก่อนให้คนอื่นพึ่งพา” ซึ่งอยากให้ประชาชนทุกคนหันมาลองพึ่งพาตนเองกันบ้าง

หลังจากถูกสั่งปิดหมู่บ้านคนในชุมชมก็สามัคคีให้ร่วมมือกันดีอย่างเช่น เด็กวัยรุ่นก็ช่วยกันทำงาน ทำไร่ ทำสวน ส่วนคนอื่นในหมู่บ้านก็พากันออกมาช่วยทำงานทำความสะอาดบริเวณสถานที่ต่างๆ สำหรับการระบาดของโรคโควิดมองหนึ่งมุมมันก็อาจจะร้ายแรงแต่ถ้ามองอีกมุมจะเห็นความจริงในชีวิตว่าชีวิตแท้จริงมันไม่มีความเที่ยงแท้ หลายคนทำงานจนลืมให้เวลากับตัวเองและครอบครัวมุ่งทำงานหาเงินหารายได้ จนในวันหนึ่งได้รู้คำตอบแล้วว่าเงินไม่ใช่สิ่งจำที่สุดในชีวิตแต่เป็นสุขภาพและครอบครัวต่างหากที่สำคัญควรแก่รักษาไว้ ทั้งนี้อยากให้ทุกคนใช้วิกฤตช่วงนี้ให้เป็นโอกาสอยู่กับลูกหลานพร้อมหน้าพร้อมตาแลกเปลี่ยนความคิดและพูดคุยกันภายในครอบครัว

 
 

ชิษณุพงศ์ สุนทรพาณิชย์ เรียบเรียง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง