DELTAโชว์Q2กำไรแกร่ง ตั้งศูนย์ต่อยอดรถEV-5G

DELTAโชว์Q2กำไรแกร่ง ตั้งศูนย์ต่อยอดรถEV-5G
ทันหุ้น
26 กรกฎาคม 2564 ( 04:14 )
23
DELTAโชว์Q2กำไรแกร่ง ตั้งศูนย์ต่อยอดรถEV-5G

 

ทันหุ้น –DELTA เดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจซื้อที่ดิน 19 ไร่ ที่นิคมอุตสาหกรรมบางปู เพื่อสร้างศูนย์ R&D ในส่วนของธุรกิจด้านรถยนต์ไฟฟ้า และธุรกิจที่เกี่ยวกับ 5G ขณะที่การดำเนินธุรกิจในอินเดียเริ่มกลับมาฟื้นตัว พร้อมแจ้งงบไตรมาส 2/2564 มียอดขาย 20,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.2% และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,655 ล้านบาท ลดลง 17.9%

 

นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมบางปู ประมาณ 19 ไร่ เป็นการขยายธุรกิจโดยเฉพาะในด้านงานวิจัยและพัฒนา หรือ R&D นับเป็นสิ่งสำคัญและเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจ เพราะมองว่าหาก R&D มีความแข็งแกร่ง จะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักอื่นๆ เช่น ธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV Car รวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ 5G ที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี

 

ส่วนการดำเนินธุรกิจในประเทศอินเดีย ขณะนี้มีทิศทางที่ดีขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ธุรกิจชะลอไป เพราะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 อย่างมากในอินเดีย แต่ขณะนี้ความต้องการในด้านธุรกิจสื่อสาร 5G มีเข้ามาเพิ่มมากขึ้นจึงทำให้มีแนวโน้มดีขึ้นได้

 

ขณะเดียวกัน DELTA ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ VTScada ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์แอปพลิเคชั่นตรวจสอบและควบคุมสำหรับใช้งานอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับการพัฒนาโดย Trihedral บริษัทสัญชาติแคนาดาในเครือ เดลต้า กรุ๊ป โดย VTScada เป็นซอฟต์แวร์ระบบสกาดา ที่สามารถกำหนดค่าระบบและปรับสเกลงานได้อย่างยืดหยุ่น รวมถึงอินเทอร์เฟซตรวจสอบได้แบบเรียลไทม์ที่ใช้งานงง่ายในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่เข้าไปตรวจสอบอุปกรณ์ควบคุมต่างๆ ของเครื่องจักร ให้มีความสมดุล โดยมีการใช้ในอุตสาหกรรมพลังงานขนาดใหญ่ การบำบัดน้ำ รวมถึงอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซในทวีปอเมริกาเหนือ

 

*ยอดขาย Q2 โต 41.2%

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2564 บริษัทมียอดขาย 20,640 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.2% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน เนื่องจากความต้องการของลูกค้าในกลุ่มโซลูชั่นสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle Solutions) ที่เพิ่มขึ้นสูง สะท้อนถึงการฟื้นตัวจากสถานการณ์ Covid ของตลาดผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สำคัญ เช่น จีน ยุโรป และ สหรัฐอเมริกา รวมถึงแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่องในตลาดกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cloud Storage และ Data Center

 

ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,329 ล้านบาท ลดลง 25.7% จากงวดเดียวกันปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น ส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,655 ล้านบาท ลดลง 17.9% จากไตรมาสเดียวกันปีก่อน

 

*มองเติบโตแข็งแกร่ง

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มองการเติบโตของ DELTA ยังคงแข็งแกร่ง หนุนจากเทรนด์ของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ดาต้า เซ็นเตอร์ และ IOT โดยทางผู้บริหารคาดว่ายอดายในครึ่งหลังปี 2564จะสูงกว่าครึ่งแรกปีนี้ แต่หากไม่สามารถขยายกำลังการผลิตตามแผนได้ จะส่งผลให้ยอดขายในครึ่งหลังปีนี้ทรงตัวจากครึ่งปีแรกได้ โดยในช่วงนี้บริษัทจะมุ่งเน้นไปที่การจัดการสายการผลิต เพื่อที่จะสามารถส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ตรงตามกำหนด ยอดขายในประเทศอินเดียค่อยๆ ฟื้นตัว ถึงแม้ว่าจะมีการระบาดของโควิด-19

 

นอกจากนี้ DELTA ได้ซื้อที่ดิน 19 ไร่ในประเทศไทยเพื่อรองรับอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง หลักๆ คือสินค้าที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า โดยคาดว่าโรงงานใหม่จะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ในครึ่งหลังปี 2565 ขณะที่ราคาหุ้น DELTA อยู่ในโซนที่แพงอย่างมาก ดังนั้นจึงแนะนำขาย และให้ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 476บาทต่อหุ้น

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง