รีเซต

โลกร้อนเล่นงาน “ป่าไม้” ต้นไม้โตช้า ดูดซับคาร์บอนลดลง

โลกร้อนเล่นงาน “ป่าไม้” ต้นไม้โตช้า ดูดซับคาร์บอนลดลง
TNN ช่อง16
8 มกราคม 2569 ( 11:30 )
17

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ได้ส่งผลเฉพาะกับอุณหภูมิหรือสภาพอากาศสุดขั้วเท่านั้น หากแต่กำลังกัดกร่อนกลไกธรรมชาติที่ช่วยชะลอภาวะโลกร้อนอย่างเงียบๆ หนึ่งในนั้นคือ “ป่าไม้” งานวิจัยล่าสุดในสวิตเซอร์แลนด์ชี้ว่า แม้อุณหภูมิที่สูงขึ้นจะทำให้ต้นไม้เริ่มเจริญเติบโตเร็วขึ้นในแต่ละปี แต่โดยรวมแล้วการเติบโตของไม้กลับช้าลง ส่งผลต่อความสามารถของป่าในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และลดบทบาทของป่าในฐานะเกราะป้องกันโลกร้อน

สถาบันวิจัยป่าไม้ หิมะ และภูมิทัศน์แห่งสวิตเซอร์แลนด์ (WSL) เปิดเผยผลการศึกษาว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้การเจริญเติบโตของไม้ยืนต้นหลายชนิดในประเทศชะลอลง แม้ต้นไม้จะเริ่มเข้าสู่ฤดูการเจริญเติบโตเร็วขึ้นจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น แต่ปริมาณเนื้อไม้ที่ผลิตได้กลับน้อยลงเมื่อเทียบกับช่วงสิบปีก่อน การเติบโตที่ช้าลงนี้มีผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้นที่ลดลงหมายความว่า ป่าไม้สามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลง ส่งผลให้ศักยภาพในการชะลอภาวะโลกร้อนลดลงตามไปด้วย

งานวิจัยของ WSL ยังพบว่า แม้ในบางปี การเริ่มต้นของการขยายตัวของลำต้นจะเกิดขึ้นเร็วกว่าในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ถึงสองหรือสามสัปดาห์ แต่โดยภาพรวมในช่วงสิบปีที่ผ่านมา การเริ่มต้นการเจริญเติบโตของลำต้นกลับล่าช้าลงหลายวัน สาเหตุสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของช่วงอากาศร้อนและภัยแล้ง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ขัดขวางการเติบโตของต้นไม้

ระหว่างปี 2012 ถึง 2022 ไม่มีชนิดไม้ใดที่แสดงการเติบโตที่แข็งแรงขึ้น ต้นโอ๊กและสนมีอัตราการเติบโตคงที่ ขณะที่ไม้บางชนิด เช่น สปรูซ เฟอร์เงิน และบีช กลับมีการเจริญเติบโตลดลงอย่างชัดเจน

หัวใจของปัญหาอยู่ที่สมดุลน้ำของต้นไม้ ปัจจัยที่กำหนดว่าต้นไม้จะเติบโตได้มากเพียงใด ไม่ใช่ความยาวของฤดูปลูก แต่คือจำนวนวันที่ต้นไม้สามารถขยายลำต้นได้จริง หากอากาศร้อนและแห้งเกินไป น้ำระเหยออกจากใบมากกว่าที่รากจะดูดซึมได้ ต้นไม้จะเกิดความเครียดและหยุดการเจริญเติบโต โดยขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ ต้นไม้สามารถเติบโตได้จริงเพียงประมาณ 40 ถึง 110 วันต่อปีเท่านั้น

นักวิจัยของ WSL ระบุว่า ในความเป็นจริงแล้ววันและชั่วโมงเพียงไม่กี่ช่วงเป็นตัวกำหนดว่าต้นไม้จะเติบโตได้มากแค่ไหน หากช่วงเวลาสำคัญเหล่านี้สูญเสียไปจากคลื่นความร้อนหรือภัยแล้ง การเติบโตของลำต้นตลอดทั้งปีก็จะหายไปเป็นจำนวนมาก ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระบบนิเวศเท่านั้น ภาคป่าไม้เองก็ได้รับผลสะเทือนเช่นกัน หากฤดูร้อนมีแนวโน้มร้อนและแห้งแล้งมากขึ้น บริษัทด้านป่าไม้ก็จะสามารถเก็บเกี่ยวไม้ได้น้อยลง ส่งผลต่อเศรษฐกิจและการจัดการทรัพยากรในระยะยาว

งานวิจัยในสวิตเซอร์แลนด์สะท้อนให้เห็นว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังบั่นทอนความสามารถของป่าไม้ในการเติบโตและดูดซับคาร์บอน แม้ฤดูการเจริญเติบโตจะเริ่มเร็วขึ้น แต่ความร้อนและความแห้งแล้งกลับตัดทอนช่วงเวลาสำคัญของการเติบโต ทำให้ป่าอ่อนแอลงทั้งในเชิงนิเวศและเศรษฐกิจ สัญญาณนี้ตอกย้ำว่า โลกร้อนไม่ได้เพียงเปลี่ยนจังหวะของธรรมชาติ แต่กำลังลดพลังของธรรมชาติในการปกป้องโลกใบนี้ด้วย

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง