กทม. เปิดเกณฑ์เยียวยาน้ำท่วม เพิ่มวงเงินสูงสุด 88,600 บาท

กรุงเทพมหานครเร่งเดินหน้าช่วยเหลือประชาชนหลังสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย เปิดรายละเอียดหลักเกณฑ์เงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย พร้อมปรับเพิ่มเพดานเงินช่วยเหลือหลายรายการ โดยค่าซ่อมแซมบ้านกรณีเสียหายทั้งหลังเพิ่มสูงสุดเป็น 88,600 บาท ขณะเดียวกันเตรียมเปิดระบบยื่นคำร้องออนไลน์ ลดขั้นตอนการเดินทาง และไม่ต้องแจ้งความที่สถานีตำรวจ
วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นางสาวทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายละเอียดหลักเกณฑ์และขั้นตอนการขอรับเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ เขตดินแดง
กทม. อยู่ระหว่างปรับกระบวนการให้ประชาชนเข้าถึงความช่วยเหลือได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น พร้อมประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมบัญชีกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของทางราชการ
เยียวยาน้ำท่วม กทม. ยื่นได้ 2 ช่องทาง ไม่ต้องแจ้งความ
นางสาวทวิดา ระบุว่า ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมไม่จำเป็นต้องเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ สามารถยื่นคำร้องพร้อมหลักฐานตามที่กำหนดได้ 2 ช่องทาง คือ สำนักงานเขต และระบบออนไลน์
สำหรับช่องทางออนไลน์ กทม. เตรียมให้ประชาชนดาวน์โหลดแบบคำร้อง กรอกรายละเอียดความเสียหาย แนบภาพถ่าย สำเนาบัตรประชาชน ข้อมูลบัญชีธนาคาร และเอกสารประกอบ ก่อนส่งผ่านระบบโดยไม่ต้องเดินทางไปสำนักงานเขต คาดว่าจะเปิดระบบได้ภายในช่วงเย็นวันที่ 2 ตุลาคม 2569
หากต้องการข้อมูลหรือเอกสารเพิ่มเติม กทม. จะประสานผู้ยื่นคำร้องผ่าน SMS ส่วนประชาชนที่ไม่สะดวกใช้ระบบออนไลน์ โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ยังสามารถยื่นเรื่องผ่านสำนักงานเขตได้ตามปกติ รวมถึงผู้ที่ยื่นเรื่องกับสำนักงานเขตไปก่อนหน้านี้ เขตสามารถรับเรื่องไว้ดำเนินการได้
เช็กวงเงินเยียวยาน้ำท่วม กทม. ได้เท่าไร?
หลักเกณฑ์ใหม่มีการปรับเพดานเงินช่วยเหลือหลายรายการ โดยการจ่ายจริงจะพิจารณาจากประเภทและระดับความเสียหาย หลักฐานประกอบ และหลักเกณฑ์ของทางราชการ ได้แก่
- ค่าซ่อมแซมบ้านเสียหายทั้งหลัง เดิมจ่ายตามความเสียหายจริงไม่เกิน 49,500 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 88,600 บาท
- ค่าที่พักชั่วคราว ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลาไม่เกิน 2 เดือน ตามหลักเกณฑ์และหลักฐานที่กำหนด
- ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพและเงินทุน เดิมไม่เกิน 11,900 บาท ปรับเป็นไม่เกิน 13,500 บาทต่อครัวเรือน
- ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก ตามจริงไม่เกิน 2,000 บาทต่อราย
- ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน ตามจริงไม่เกิน 4,000 บาทต่อราย
- เงินปลอบขวัญกรณีบาดเจ็บ 2,300 บาทต่อราย ตามหลักฐาน
- ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต ไม่เกิน 35,700 บาทต่อราย
- ค่าดำรงชีพเบื้องต้น กรณีบ้านเสียหายทั้งหลังหรือบางส่วน ประมาณ 1,900-3,800 บาท ตามระดับความเสียหายและหลักเกณฑ์
ในส่วนค่าซ่อมแซมบ้านจะเกี่ยวข้องกับเจ้าของบ้าน ส่วนผู้เช่าสามารถยื่นขอความช่วยเหลือในรายการความเสียหายอื่นที่เข้าเกณฑ์ได้ โดยต้องมีหลักฐานการเช่าและการอยู่อาศัยตามที่กำหนด
กทม. ยังอยู่ระหว่างหารือกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อลดจำนวนเอกสารประกอบ เช่น สำเนาโฉนดหรือเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ ให้เหลือเท่าที่จำเป็น
กทม. เตรียมเกณฑ์ประเมินความเสียหายมาตรฐานเดียวกัน
นางสาวทวิดา ระบุว่า กทม. กำลังจัดทำหลักเกณฑ์ประเมินความเสียหายร่วมกันระหว่างสำนักงานเขต สำนักการโยธา สำนักการระบายน้ำ และสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อให้ทุกพื้นที่ใช้มาตรฐานเดียวกัน
แนวทางดังกล่าวจะนำข้อมูลและประสบการณ์จากสถานการณ์อุทกภัยในปี 2554 และ 2565 มาประกอบ โดยจะกำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนทั้งระดับน้ำ ลักษณะความเสียหาย และหลักฐานที่สามารถใช้ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือแต่ละประเภท
พร้อมกันนี้ กทม. กำลังพิจารณาแนวทางเพิ่มบุคลากรจากหน่วยงานอื่นเข้าช่วยสำนักงานเขตสำรวจความเสียหาย เพื่อรองรับจำนวนคำร้องที่คาดว่าจะมีจำนวนมากและเร่งการประเมินให้เร็วขึ้น
ปัจจุบันพื้นที่ประกาศเขตประสบสาธารณภัยครอบคลุม 38 เขต 118 แขวง ส่วนพื้นที่ที่ตรวจพบความเสียหายเพิ่มเติม สามารถเสนอขอประกาศเพิ่มได้หากมีข้อมูลและหลักฐานเป็นไปตามหลักเกณฑ์
“ชัชชาติ” ย้ำเร่งฟื้นฟูและเยียวยาหลังน้ำลด
นายชัชชาติ กล่าวว่า หลังสถานการณ์น้ำเริ่มคลี่คลาย ภารกิจหลักของ กทม. คือการฟื้นฟูพื้นที่และเยียวยาประชาชน ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก กระบวนการจ่ายเงินจำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบราชการ โดย กทม. จะปรับขั้นตอนให้รวดเร็ว พร้อมดำเนินการอย่างรอบคอบเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ตามสิทธิ
กทม. ต้องการอาหารวันละ 3-4 แสนกล่อง เร่งส่งถุงยังชีพ
ด้านการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่น้ำท่วม กทม. ระบุว่า บางพื้นที่ เช่น สะพานสูง สวนหลวง บึงกุ่ม และคันนายาว มีระดับน้ำสูงจนรถขนาดใหญ่เข้าถึงพื้นที่ชั้นในได้จำกัด ทำให้ต้องปรับรูปแบบการส่งอาหารและสิ่งของจำเป็น
ปัจจุบันมีความต้องการอาหารปรุงสุกประมาณ 300,000-400,000 กล่องต่อวัน ขณะที่ส่วนกลางของ กทม. ผลิตและจัดส่งได้ประมาณ 100,000 กล่องต่อวัน ส่วนที่เหลือได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานเขตและหน่วยงานภาคี
กทม. ยังจัดส่งถุงยังชีพไปแล้วประมาณ 19,900 ถุง ภายในบรรจุสิ่งของจำเป็นสำหรับดำรงชีพประมาณ 3 วัน เพื่อช่วยประชาชนในพื้นที่ที่การเดินทางเข้าออกยังมีข้อจำกัด
สำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ หรือขาดอาหารและสิ่งของจำเป็น สามารถแจ้งผ่าน สายด่วน กทม. 1555, Traffy Fondue และช่องทางโซเชียลมีเดียของกรุงเทพมหานคร เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลและจัดส่งความช่วยเหลือต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
