"มัสก์" ชี้วันหนึ่งหุ่นยนต์ครองโลก พลิกโฉมเศรษฐกิจ

จบไปเรียบร้อยการประชุมเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งครั้งนี้ อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีและผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ได้เข้าร่วมเป็นครั้งแรก แม้ที่ผ่านมาเขาจะแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์เวทีดังกล่าวมาโดยตลอด โดยครั้งนี้มัสก์ประเมินว่าในอนาคตอันใกล้ โลกจะเข้าสู่ยุคที่จำนวนหุ่นยนต์มีมากกว่ามนุษย์
การปรากฏตัวของมัสก์เกิดขึ้นท่ามกลางการประชุมที่มีผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรขนาดใหญ่เข้าร่วมจำนวนมาก สะท้อนบทบาทของดาวอสในฐานะเวทีถกทิศทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีโลก แม้ก่อนหน้านี้มัสก์จะเคยตั้งคำถามต่อบทบาทและอิทธิพลของเวทีดังกล่าวอย่างเปิดเผย
มัสก์ระบุว่า เป้าหมายของธุรกิจในเครือของเขา โดยเฉพาะเทสลา ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่การสร้างความอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ปัจจุบันเทสลากำลังพัฒนาหุ่นยนต์มนุษย์ภายใต้โครงการ Optimus ควบคู่กับระบบยานยนต์ไร้คนขับและบริการโรโบแท็กซี่
มัสก์ มองว่า AI และหุ่นยนต์คือกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการครองชีพของผู้คนทั่วโลก และเป็นทางออกของปัญหาความยากจนเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยเฉพาะในสังคมที่กำลังเข้าสู่ภาวะผู้สูงอายุ ซึ่งหุ่นยนต์มนุษย์อาจเข้ามามีบทบาทในการดูแลผู้สูงวัยทดแทนแรงงานคนที่ขาดแคลน
มัสก์ ยังประเมินว่า เมื่อหุ่นยนต์ถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย จะก่อให้เกิดการขยายตัวครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจโลก โดยในระยะสั้น หุ่นยนต์ Optimus ของเทสลากำลังทำงานขั้นพื้นฐานในโรงงาน และมีแนวโน้มพัฒนาไปสู่ภารกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น ก่อนเปิดจำหน่ายสู่สาธารณชนในช่วงปีหน้า เมื่อระบบมีความเสถียรในระดับสูง
ด้านนักวิเคราะห์ประเมินว่า ตลาดหุ่นยนต์มนุษย์ในปัจจุบันมีมูลค่าเพียงไม่กี่พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มีแนวโน้มขยายตัวอย่างรวดเร็วในทศวรรษหน้า จากการเข้าสู่ภาคการผลิตและอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น ขณะเดียวกัน มัสก์ยังแสดงความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติกำลังเข้าใกล้จุดสมบูรณ์ และจะถูกใช้งานในวงกว้างมากขึ้นภายในไม่กี่ปีข้างหน้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
