รีเซต

ฝุ่นจิ๋วคร่าชีวิตเงียบ! วิจัยชี้ PM2.5 เร่งหลอดเลือดพัง เสี่ยงหัวใจวายพุ่งทุกลมหายใจ

ฝุ่นจิ๋วคร่าชีวิตเงียบ!  วิจัยชี้ PM2.5 เร่งหลอดเลือดพัง เสี่ยงหัวใจวายพุ่งทุกลมหายใจ
TNN ช่อง16
17 กุมภาพันธ์ 2569 ( 11:00 )
5

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ ฝุ่น PM2.5 น่ากลัวกว่าที่คิด ภัยเงียบที่คุกคามหัวใจในระยะยาว

มลพิษทางอากาศกำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่สำคัญที่สุดของโลกยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่สามารถแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายได้ลึกถึงกระแสเลือด ล่าสุดการประชุมของ Radiological Society of North America (RSNA 2025) ได้นำเสนอผลการศึกษาระยะยาวในประชาชนกว่า 11,000 คน ซึ่งชี้ชัดว่าการสัมผัสมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่องมีความสัมพันธ์กับความรุนแรงของโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน World Health Organization ยังย้ำว่ามลพิษทางอากาศเป็นหนึ่งในภัยคุกคามต่อสุขภาพที่ร้ายแรงที่สุด และมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดโรคหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง โดยในปี 2021 มีผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงถึงประมาณ 2.46 ล้านคนทั่วโลก


งานวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ Temerty แห่ง University of Toronto ร่วมกับ University Health Network ได้ใช้การตรวจ CT หัวใจในทั้งผู้หญิงและผู้ชายเพื่อศึกษาผลกระทบของการสัมผัสฝุ่น PM2.5 ระยะยาว ผลลัพธ์พบว่า ในผู้หญิง ฝุ่นละอองขนาดเล็กสัมพันธ์กับคะแนนแคลเซียมในหลอดเลือดที่สูงขึ้นและการตีบตันที่รุนแรงกว่าเดิม ส่วนในผู้ชายพบการเพิ่มขึ้นของทั้งคะแนนแคลเซียมและปริมาณคราบพลัคในหลอดเลือดหัวใจ การสะสมดังกล่าวทำให้หลอดเลือดแข็งและตีบ หรือที่เรียกว่า “หลอดเลือดแดงแข็ง” ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หัวใจขาดเลือด และหัวใจวายเฉียบพลัน

ที่น่ากังวลคือ แม้ฝุ่นจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็ส่งผลต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ ทุกการเพิ่มขึ้นของ PM2.5 เพียง 1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ทำให้การสะสมแคลเซียมในหลอดเลือดเพิ่มขึ้น 11% โอกาสเกิดคราบพลัคเพิ่มขึ้น 13% และเพิ่มความเสี่ยงของหลอดเลือดอุดตันถึง 23% กลไกสำคัญคือฝุ่น PM2.5 จะทำลายผนังหลอดเลือด กระตุ้นการอักเสบ และทำให้เกิดการสะสมแคลเซียมส่วนเกินในเซลล์หัวใจ ซึ่งยังเพิ่มความเสี่ยงของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะและภาวะหัวใจล้มเหลวในระยะยาว

ด้วยเหตุนี้ World Health Organization จึงกำหนดมาตรฐานคุณภาพอากาศที่เข้มงวดมาก โดยกำหนดค่า PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงไม่เกิน 15 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ยรายปีไม่เกิน 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือดจากการสะสมฝุ่นในร่างกายระยะยาว ซึ่งถือว่าเข้มงวดกว่ามาตรฐานในหลายประเทศ

เมื่อมองในระดับโลก เมืองที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุด ได้แก่ Cairo, Lahore, Delhi, Hanoi และ Dhaka ซึ่งอยู่ในระดับอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก ในทางกลับกัน เมืองที่มีคุณภาพอากาศดีที่สุด ได้แก่ Oslo, Kobe, Kyoto, Birmingham และ Lisbon

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ฝุ่น PM2.5 ไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่เป็นภัยเงียบที่คุกคามสุขภาพหัวใจของมนุษย์ทั่วโลกอย่างจริงจัง การตระหนักรู้และลดการสัมผัสมลพิษจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อปกป้องสุขภาพในระยะยาว

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง