เช็กสถานการณ์น้ำล่าสุด 30 ส.ค. ฝนเพิ่ม เฝ้าระวัง 18 จังหวัดเสี่ยง

สรุปสถานการณ์น้ำล่าสุดทั่วประเทศ วันที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 07.00 น. หน่วยงานด้านน้ำติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หลังประเทศไทยมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้น และบางพื้นที่อาจมีฝนตกหนักถึงหนักมาก โดยสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เดินหน้าประสานหน่วยงานและจังหวัดพื้นที่เสี่ยง เตรียมรับมือฝนต่อเนื่องในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายน
ข้อมูลปริมาณฝนสูงสุดรายภาค พบว่า ภาคตะวันออก จ.นครนายก มีฝนสูงสุด 137 มิลลิเมตร รองลงมาคือ ภาคใต้ จ.พังงา 99 มิลลิเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.กาฬสินธุ์ 89 มิลลิเมตร ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน 83 มิลลิเมตร ภาคตะวันตก จ.กาญจนบุรี 80 มิลลิเมตร และภาคกลาง จ.ลพบุรี 69 มิลลิเมตร
สำหรับวันที่ 30 สิงหาคม ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่บางพื้นที่ของภาคเหนือด้านตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และภาคตะวันออก มีโอกาสเกิดฝนตกหนักมาก
ส่วนช่วง 31 สิงหาคม-2 กันยายน 2569 คาดว่าประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นอีก และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พื้นที่ด้านตะวันออกของประเทศ รวมถึงพื้นที่ด้านรับลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้
สทนช.เตือนพื้นที่เสี่ยงถึง 2 ก.ย.
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติออกประกาศฉบับที่ 1/2569 ให้เฝ้าระวัง น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม-2 กันยายน 2569
พื้นที่เสี่ยงครอบคลุม 18 จังหวัด ได้แก่ ภาคเหนือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย เชียงใหม่ น่าน แพร่ พะเยา เพชรบูรณ์ ตาก และพิษณุโลก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร และร้อยเอ็ด ภาคตะวันตก กาญจนบุรี และภาคตะวันออก จันทบุรีและตราด
ขณะเดียวกัน ต้องเฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำตามแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ได้แก่ น้ำยวม จ.แม่ฮ่องสอน, แม่น้ำกก จ.เชียงราย, แม่น้ำน่าน จ.น่าน, แม่น้ำเมย จ.ตาก, แม่น้ำยม ใน จ.แพร่ สุโขทัย และพิจิตร, แม่น้ำแควน้อยและลำน้ำเฟี้ย จ.พิษณุโลก และ ลำน้ำยัง จ.ร้อยเอ็ด
เช็กน้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา
สถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา ณ ข้อมูลล่าสุด พบว่า เขื่อนสิริกิติ์ มีสัดส่วนปริมาณน้ำมากที่สุด อยู่ที่ 6,872 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 72% ตามด้วย เขื่อนภูมิพล 7,603 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 56%
ส่วน เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำ 381 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 41% และ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 346 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 40% โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามปริมาณน้ำฝนและน้ำไหลเข้าอ่างอย่างต่อเนื่อง
สทนช.ประชุมวันละ 2 รอบ ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เป็นประธานประชุมคณะทำงานวิเคราะห์สภาพอากาศและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ครั้งที่ 10/2569 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ 18 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือฝนตกหนักต่อเนื่องช่วงวันที่ 29 สิงหาคม-2 กันยายน
สทนช.ได้แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า พร้อมติดตามแนวโน้มระดับน้ำในแม่น้ำโขง โดยที่ประชุมกำชับการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำที่มีน้ำมาก โดยเฉพาะ อ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก 22 แห่งที่มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก ให้ปรับเกณฑ์บริหารจัดการให้สอดคล้องกับฝนที่จะเติมลงอ่างตลอดฤดูฝน และเตรียมพื้นที่ตอนล่างรองรับมวลน้ำ
หน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังได้รับการกำชับให้ตรวจสอบความมั่นคงของตัวอ่าง เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงตรวจสอโครงการก่อสร้างไม่ให้กระทบต่อการระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่ลำน้ำสายหลัก
ด้านการแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และจังหวัดต่าง ๆ ได้เตรียมแนวทางปฏิบัติในพื้นที่ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ขณะที่ สทนช.เสนอให้สำรวจพื้นที่เสี่ยงซึ่งยังไม่มีระบบโทรมาตรหรือเครื่องมือตรวจวัดปริมาณฝน เพื่อเพิ่มความครอบคลุมของข้อมูล
นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะประชุมติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกัน วันละ 2 รอบ เวลา 07.30 น. และ 16.30 น. เพื่อประเมินข้อมูลล่าสุดและปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พร้อมแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข้อมูลเรดาร์และกลุ่มฝนของ สทนช. เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
