โควิดระบาดหนัก! ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ถึง 12 ส.ค.

โควิดระบาดหนัก! ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ถึง 12 ส.ค.
มติชน
29 กรกฎาคม 2564 ( 23:57 )
8
โควิดระบาดหนัก! ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว ถึง 12 ส.ค.

 

เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พบผู้ติดเชื้อในพื้นที่ต่าง ๆ เพิ่มสูงขึ้น มีการแพร่ระบาดในวงกว้างที่เชื่อมโยงและการกระจายของโรคเป็นกลุ่มก้อนในหลายพื้นที่ โดยผู้ติดเชื้อส่วนหนึ่งเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าว

 

 

 

เพื่อป้องกันและระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคมิให้แพร่กระจายออกไป และแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินให้คลี่คลายลงได้โดยเร็ว และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดภูเก็ต ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 45/2564 เมื่อวันที่ 29กรกฎาคม 2564 จึงยกเลิกคำสั่งจังหวัดภูเก็ตที่ 414/2564 ลงวันที่ 24 มกราคม 2564 โดย ลงนามคำสั่งจังหวัดภูเก็ต ที่ 4204/2564 ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2564 กำหนดมาตรการควบคุมการเดินทางและเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวในเขตพื้นที่จังหวัดภูเก็ต

 

 

สาระสำคัญ ดังนี้

 

 

1. ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว และห้ามแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้า – ออก ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ

 

 

2. การเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว หรือการทำงานภายในจังหวัดภูเก็ต การพักอาศัยภายในแคมป์ สถานที่พัก หรือสถานที่ทำงาน ให้ปฏิบัติตามมาตรการทางที่ราชการกำหนด และมาตรการ D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด

 

 

3. กรณี ที่พักอาศัย แคมป์ที่พัก หรือสถานที่ทำงานของแรงงานต่างด้าว เป็นพื้นที่เสี่ยงในการแพร่ระบาด ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการตรวจหาเชื้อโควิด – 19ตามมาตรการตรวจคัดกรองเชิงรุก โดยวิธีการ ATK (Antigen Test Kit) หรือ RT – PCR และในกรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด – 19 ให้ใช้มาตรการบริหารจัดการควบคุมโรคในพื้นที่ควบคุมเฉพาะแบบมีส่วนร่วม (Bubble and Seal และให้มีผู้จัดการแคมป์ (Camp Manager) ในการควบคุมกำกับดูแลให้เป็นไปตามมาตรการและคำสั่งจังหวัดภูเก็ต

 

 

หากผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ อาจเป็นความผิดตามมาตรา 51 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือมาตรา 52ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และอาจได้รับโทษตามมาตรา 18แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฏาคม ถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2564

ข่าวที่เกี่ยวข้อง