"PRIME" ลั่นไม่กระทบโควิด-19 ปี 62 กำไรโต 40% ได้สัญญาขายไฟกับกฟภ.-ต่างประเทศ

"PRIME" ลั่นไม่กระทบโควิด-19 ปี 62 กำไรโต 40% ได้สัญญาขายไฟกับกฟภ.-ต่างประเทศ
มติชน
27 มีนาคม 2563 ( 15:33 )
24
"PRIME" ลั่นไม่กระทบโควิด-19 ปี 62 กำไรโต 40% ได้สัญญาขายไฟกับกฟภ.-ต่างประเทศ

นายสมประสงค์ ปัญจะลักษณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์มโรด เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ PRIME ผู้ผลิตพลังงานทดแทนระดับภูมิภาค กล่าวว่า บริษัทฯ ขอยืนยันกับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนว่า ธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทฯ ไม่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์ไวรัสโคโรนา (โควิด -19) เนื่องจาก บริษัทมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย(กฟภ.) และการไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นและไต้หวัน จึงมีรายได้ที่มั่นคง โดยปัจจุบัน PRIME มีอัตรากำไรสุทธิในปี 2562 สูงถึง 40% ซึ่งนับว่าสูงที่สุดแห่งหนึ่งในกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้าและมีอัตราหนี้สิน ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) เพียง 0.88 เท่า โดยไม่มีหนี้สินในระดับองค์กร จึงสามารถที่จะลงทุนเพิ่ม เพื่อขยายกิจการได้อย่างเต็มที่

นายสมประสงค์ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าแห่งประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 78 เมกะวัตต์ หลังจากชนะการประมูล ระดับนานาชาติ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมประมูลจากทั่วโลกกว่า 100 บริษัท โดยโครงการนี้มีสัญญาจำหน่ายไฟฟ้า 60 เมกะวัตต์ ซึ่งจะก่อสร้างที่จังหวัดกัมปงชนัง และด้วยประเทศกัมพูชา เป็น 1 ในประเทศกำลังพัฒนา ที่กำลังขยายตัวทางเศรษฐกิจ และภาคอุตสาหกรรม และมีความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในปริมาณมาก และคาดว่าจะมีโอกาสขยายการลงทุนเพิ่มเติมในประเทศกัมพูชาได้อีก”

ปัจจุบัน PRIME มีพอร์ตการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด287 เมกะวัตต์ โดยจ่ายไฟแล้ว 179 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างพัฒนาและก่อสร้าง 108 เมกะวัตต์ โดยโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์นั้นอยู่ในประเทศไทยจำนวน 132.3 เมกะวัตต์  ในประเทศญี่ปุ่นจำนวน 68.2 เมกะวัตต์ ในประเทศ ไต้หวันจำนวน 8.5 เมกะวัตต์ และ  บริษัทฯเตรียมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าพลังงาน แสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศกัมพูชา ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 78 เมกะวัตต์

“PRIME ตั้งเป้าหมายที่จะขยายพอร์ตการผลิตไฟฟ้า เป็น 1,000 เมกะวัตต์ หรือเติบโตกว่า 300% ภายใน 4 ปี” นายสมประสงค์กล่าวและว่า สำหรับในปี 2562 บริษัทมีผลประกอบการเติบโตอย่างสูง โดยมีรายได้รวม 658 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 265 ล้านบาท ปัจจุบัน บริษัทฯมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วจำนวน 17,017,941,757บาท (ราคาพาร์ 1 บาทต่อหุ้น) และมีสถานะการเงินที่ดี ข้อมูลทางการเงินปี 2562 ของธุรกิจโรงไฟฟ้า มีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพียง 1.26 เท่า โดยมีสินทรัพย์ จำนวน 5,277 ล้านบาท และหนี้สินรวม 2,940 ล้านบาท และมีส่วนของ ผู้ถือหุ้นรวม 2,337 ล้านบาท

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง