รีเซต

เปิดบทลงโทษหนัก คนก่อ pm2.5

เปิดบทลงโทษหนัก  คนก่อ pm2.5
TNN ช่อง16
23 มกราคม 2569 ( 10:00 )
2

ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Sonthi Kotchawat เกี่ยวกับ “กฎหมายลงโทษ” สำหรับพวกชอบเผา จนก่อให้เกิดปัญหาฝุ่น PM2.5.

 

ท่ามกลางวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ถูกกล่าวถึงซ้ำแล้วซ้ำเล่าคือ “การเผา” ไม่ว่าจะเป็นการเผาขยะ เผาพื้นที่เกษตร หรือการเผาป่า ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว ยังเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ และมีบทลงโทษที่แตกต่างกันไปตามลักษณะของพื้นที่และความร้ายแรงของการกระทำ

 

ในกรณีการเผาในพื้นที่เอกชนหรือพื้นที่สาธารณทั่วไปจนเกิดเหตุรำคาญ เช่น การเผาขยะมูลฝอยหรือการเผาสิ่งต่าง ๆ กลางแจ้ง พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 กำหนดให้ หากผู้กระทำฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ที่สั่งให้ระงับการเผา จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ


ขณะเดียวกัน การเผาในพื้นที่ข้างทางหรือถนนก็ถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งห้ามไม่ให้ผู้ใดเผาหรือกระทำการด้วยประการใด ๆ ที่เป็นเหตุให้เกิดควันหรือสิ่งอื่นใดอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่การจราจรในทางเดินรถ โดยครอบคลุมพื้นที่ห่างจากถนนไม่เกิน 500 เมตร ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

 

สำหรับการเผาป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ ถือเป็นความผิดร้ายแรงตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ถึง 20 ปี หรือปรับตั้งแต่ 400,000 ถึง 2,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดยังต้องชดใช้ค่าเสียหายเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในอัตราไร่ละ 120,000 บาท ซึ่งบทลงโทษดังกล่าวครอบคลุมถึงการครอบครองและทำลายป่าด้วย กฎหมายนี้บังคับใช้กับอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า สวนพฤกษศาสตร์ และสวนรุกขชาติ

 

ในส่วนของการเผาป่าในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท และหากเป็นการเผาป่าที่มีเนื้อที่เกินกว่า 25 ไร่ จะต้องระวางโทษหนักขึ้น คือ จำคุกตั้งแต่ 4 ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 ถึง 2,000,000 บาท


ขณะที่การเผาในพื้นที่เกษตรกรรม เช่น การเผาไร่อ้อย การเผาตอซังฟางข้าว หรือการเผาในที่โล่ง แม้จะเป็นพื้นที่ของตนเอง แต่ก็ยังอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย หากการเผานั้นก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2499 มาตรา 220 ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

นอกจากนี้ หากการเผาดังกล่าวก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้น ยังถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 3 พ.ศ. 2560) ซึ่งกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 25,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

บทลงโทษตามกฎหมายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า การเผาไม่ใช่เพียงพฤติกรรมที่สร้างมลพิษทางอากาศ แต่เป็นการกระทำที่มีความผิดทางกฎหมาย และส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งต่อสุขภาพของประชาชน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึง

 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง